“ซีเกท” แนะรัฐหนุนนักลงทุนเดิม ชูไทยฐานฮาร์ดดิสก์โลกป้อน AI

“สศช.” หารือ “ซีเกท เทคโนโลยี” ดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง แนะรัฐเน้นส่งเสริมการขยายทุนกลุ่มเดิม ชี้ไทยศูนย์กลางผลิตฮาร์ดดิสก์ป้อนคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ AI โลกถึง 80–90% พร้อมเตรียมยื่น Policy Paper ผนึกโมเดล Triple Helix ปั้นบุคลากรทักษะสูง เสริมแกร่งลงทุนไทยระยะยาว


นายอานันท์ชนก สกนธวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน และผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และการวางแผนมหภาค สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือสภาพัฒน์) เปิดเผยว่า สศช. ได้หารือและแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ร่วมกับนายแคช แมคเคร็กเคน รองประธานฝ่ายกิจการภาครัฐระดับโลก และคณะผู้บริหารจาก บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี โฮลดิงส์ จำกัด (มหาชน) จากสำนักงานใหญ่ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569

โดย สศช. ได้นำเสนอกรอบแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 5 เสาหลักการปฏิรูป (TRUST Framework) ประกอบด้วย 1. การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อน 7 สาขาเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และยานยนต์แห่งอนาคต เป็นต้น 2. การปฏิรูปภาครัฐ 3. การพัฒนาทุนมนุษย์ 4. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ 5. การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ขณะที่ทางคณะผู้บริหารบริษัท ซีเกทฯ ได้ร่วมเสนอแนะทิศทางเชิงนโยบาย และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนการขยายทุนหรือการลงทุนมูลค่าสูง (High-value Reinvestment) จากกลุ่มผู้ลงทุนเดิมที่มีศักยภาพ (Existing Investors) นอกเหนือจากการดึงดูดนักลงทุนรายใหม่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้ประกอบการเดิมมีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมธุรกิจในไทย และมีความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการต่ำ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ที่สำคัญของโลก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงมากรับกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งปัจจุบันข้อมูลบนระบบคลาวด์และศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกกว่า 80–90% ถูกจัดเก็บอยู่บนอุปกรณ์ที่ผลิตจากฐานการผลิตในไทยเพียงประเทศเดียว

สำหรับเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลในปัจจุบันถือเป็นการบูรณาการศาสตร์ขั้นสูงหลากหลายสาขา เช่น วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ฟิสิกส์ และความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งทางบริษัท ซีเกทฯ เห็นด้วยกับแนวทางการต่อยอดความร่วมมือในรูปแบบ Triple Helix Model ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเร่งพัฒนาบุคลากรทักษะสูงให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม

ขณะเดียวกันทางภาคเอกชนได้เสนอแนะให้ภาครัฐปรับปรุงกระบวนการอนุมัติและดำเนินงานให้มีความมุ่งเน้นผลลัพธ์ (Outcome-oriented) รวมถึงให้มีความคล่องตัวสูง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว

ส่วนความร่วมมือในระยะถัดไป บริษัท ซีเกทฯ จะเร่งจัดทำเอกสารข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Paper) เกี่ยวกับแนวทางการรักษาและส่งเสริมฐานนักลงทุนที่มีศักยภาพเดิม เพื่อส่งมอบให้ สศช. นำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณายกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ต่อไป

Back to top button