mai จัด 8 กลุ่มอุตฯ แยก 30 หมวดใหม่ ใช้เกณฑ์เดียวกับ SET เริ่ม 1 มี.ค. 70

mai เตรียมจัดโครงสร้าง 8 กลุ่มอุตสาหกรรม แยก 30 หมวดธุรกิจใหม่ ใช้เกณฑ์เดียวกับ SET เริ่ม 1 มี.ค. 70 ช่วยผู้ลงทุนเปรียบเทียบหุ้น–ประเมินมูลค่าได้ชัดเจนขึ้น รองรับผลิตภัณฑ์ลงทุนใหม่ในอนาคต


นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนบริษัทจดทะเบียนใน mai เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 122 เป็น 229 บริษัท ขณะที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การจัดกลุ่มเพียงระดับกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) แบบเดิมไม่เพียงพอที่จะรองรับลักษณะธุรกิจที่หลากหลาย และเกิดช่องว่างในการวิเคราะห์ธุรกิจบริษัทกับกลุ่มเทียบเคียง การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับข้อมูลหุ้น mai โดยผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์จะสามารถเปรียบเทียบบริษัทกับกลุ่มเดียวกันใน SET และประเมินมูลค่าด้วยตัวชี้วัด เช่น P/E และ P/BV ได้แม่นยำและครอบคลุม ช่วยให้บริษัทเพิ่มการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลของผู้ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนใน mai นำไปสู่การวิเคราะห์และประเมินมูลค่าอย่างเหมาะสม

“การจัดหมวดธุรกิจครั้งนี้ดำเนินการภายใต้หลักการ Single Standard คือ ใช้เกณฑ์ประเมิน ชื่อ และคำย่อหมวดธุรกิจเดียวกับ SET โดยนักวิเคราะห์สามารถวิเคราะห์หุ้นรายหมวดธุรกิจได้ครอบคลุมบริษัททุกขนาดทั้งใน SET และ mai รวมถึงรองรับการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ในอนาคต เช่น กองทุน Thematic หรือ Sector ETF ที่อ้างอิงหุ้น mai ได้โดยตรง ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนแล้ว” นายประพันธ์กล่าว

สำหรับโครงสร้าง 8 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 30 หมวดธุรกิจ ที่ปรับปรุงใหม่ มีรายละเอียดดังนี้

  1. เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry: AGRO) ได้แก่ Agribusiness: ธุรกิจการเกษตร และ Food & Beverage: อาหารและเครื่องดื่ม

2. สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products: CONSUMP) ได้แก่ Fashion: แฟชั่น; Home & Office Products: ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน และ Personal Products & Pharmaceuticals: ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์

3. พลังงานและสาธารณูปโภค (Energy & Utilities: ENERGY) ได้แก่ Oil, Gas & Fuels: เชื้อเพลิง และ Power & Utilities: ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค

4. ธุรกิจการเงิน (Financials: FINCIAL) ได้แก่ Banking: ธนาคาร; Finance & Securities: เงินทุนและหลักทรัพย์ และ Insurance: ประกันภัยและประกันชีวิต

5. สินค้าอุตสาหกรรม (Industrials: INDUS) ได้แก่ Automotive: ยานยนต์; Industrial Materials & Machinery: วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร; Paper & Printing Materials: กระดาษและวัสดุการพิมพ์; Petrochemicals & Chemicals: ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์; Packaging: บรรจุภัณฑ์ และ Steel & Metal Products: เหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ

6. อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction: PROPCON) ได้แก่ Construction Materials: วัสดุก่อสร้าง; Construction Services: บริการรับเหมาก่อสร้าง; Property Fund & REITs: กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ Property Development: พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

7. บริการ (Services: SERVICE) ได้แก่ Commerce: พาณิชย์; Health Care Services: การแพทย์; Media & Publishing: สื่อและสิ่งพิมพ์; Professional Services: บริการเฉพาะกิจ; Tourism & Leisure: การท่องเที่ยวและสันทนาการ และ Transportation & Logistics: ขนส่งและโลจิสติกส์

8. เทคโนโลยี (Technology: TECH) ได้แก่ Digital Infrastructure & Telecommunication: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม; Electronic Components: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์; Technology Products & Digital Platform: ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี และ Technology Services & Solutions: บริการด้านเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถติดตามรายชื่อหุ้น mai ในแต่ละหมวดธุรกิจได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 (ก่อนการปรับโครงสร้างจะมีผลวันที่ 1 มีนาคม 2570) ที่เว็บไซต์ ตลท.

Back to top button