KTB ชี้เงินบาทจ่อแตะ 33.50 บ. จับตาเฟด-สงครามตะวันออกกลาง

KTB ประเมินเงินบาทยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า ลุ้นทดสอบแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และ 33.85 บาท จับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟดและสถานการณ์ตะวันออกกลาง แนะผู้ประกอบการเร่งบริหารความเสี่ยงค่าเงิน


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรม เดือนกันยายน และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม พร้อมรอติดตาม ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) เดือนกันยายน โดยข้อมูลดังกล่าวอาจสะท้อนผลของ AI Boom ต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจของไทยที่ไม่ทั่วถึง

สำหรับแนวโน้มเงินบาท มองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังมีกำลังอยู่ เปิดความเสี่ยงเงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวต้านถัดไป 33.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยหากเราประเมินจากสถิติการเคลื่อนไหวของเงินบาทหลังรับรู้บรรดาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ พบว่า กรอบการเคลื่อนไหวระดับ +/- 1 SD ของเงินบาทอาจกว้างถึง 32.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้

ทว่าในเบื้องต้นเรามองว่า เงินบาทอาจยังไม่สามารถแข็งค่าไปมากนัก ตามโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์ช่วงปลายเดือน ส่วนในฝั่งอ่อนค่า บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างรอทยอยขายเงินดอลลาร์ แถวโซนแนวต้านอยู่

ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางเงินบาทได้ ผ่านการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยบรรดาธนาคารกลางหลัก และยังส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจไทย ทำให้ เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ดังนั้น ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง

ในระยะสั้น เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อได้ หากผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มโอกาสธนาคารกลางสหรัฐฯ ( FED) ขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉพาะโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือนตุลาคมนี้ ซึ่งขึ้นกับ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ PCE รวมถึงข้อมูลตลาดแรงงาน ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลงบ้าง หากผู้เล่นในตลาดเริ่มมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ทั้งนี้ เงินบาทยังคงมีโซนแนวรับ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านจะอยู่ในโซน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.85 บาทต่อดอลลาร์) อนึ่ง ควรจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่เคลื่อนไหวผันผวนสูงพอควรในช่วงที่ผ่านมา และมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเป็นระยะๆ ช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ส่งผลให้เงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องไปมาก นอกจากนี้ เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดยังคงต้องติดตาม การเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้พอสมควรเช่นกัน

Back to top button