“ค้าชายแดน-ผ่านแดน” 9 เดือนพุ่ง 18% แตะ 1.76 ล้านลบ. ปี 70 ลุยมหกรรมค้า 6 จังหวัด

กรมการค้าต่างประเทศ เผยค้าชายแดนและผ่านแดน 9 เดือนปี 2569 โต 18% มูลค่า 1.76 ล้านล้านบาท กางแผนจัดมหกรรมการค้าชายแดน 6 จังหวัดปี 70 เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและโอกาสธุรกิจให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ต.ค.69) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและผ่านแดนในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 1,764,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% ขณะที่การส่งออกชายแดนด้านเมียนมา ในเดือนกันยายน ขยายตัว 24.2% เป็นสัญญาณบวกต่อการค้าชายแดนไทย

ได้จัดมหกรรมการค้าชายแดนในจังหวัดเชียงรายและสระแก้ว พร้อมดำเนินกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากครอบคลุม 4 ภูมิภาค ในจังหวัดขอนแก่น นครศรีธรรมราช พิษณุโลก และจันทบุรี เพื่อเปิดช่องทางการตลาด สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

ด้านการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 มีมูลค่ารวมกว่า 2.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกรมฯ ได้จัดอบรมและสัมมนาให้ผู้ประกอบการทั้งส่วนกลางและภูมิภาครวมกว่า 5,763 ราย เพื่อเพิ่มความรู้ด้านการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า กฎระเบียบ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด การอุดหนุน มาตรการปกป้อง และมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง

นางอารดา กล่าวว่า ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 กรมฯ ได้ผลักดันการส่งออกข้าว มันสำปะหลัง และสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติและการเจรจาธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี สหรัฐฯ จีน สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง สร้างมูลค่าการค้ากว่า 48,521.86 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ กรมฯ ได้ยกระดับการกำกับดูแลคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังนำเข้าผ่านด่านชายแดน ซึ่งจากการตรวจสอบผู้ประกอบการ 613 ราย พบผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการนำเข้า 24 ราย เพื่อรักษามาตรฐานสินค้าและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า

ด้านการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้า กรมฯ ได้ยกเลิกและปรับปรุงกฎหมาย รวมถึงกฎระเบียบที่ล้าสมัยและหมดความจำเป็น ควบคู่กับการยกระดับมาตรการป้องกันการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้าและการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา มีการออกหนังสือสำคัญการส่งออก–นำเข้าสินค้าเฝ้าระวังฯ ไปสหรัฐฯ จำนวน 1,579 คำขอ มูลค่า 3,052.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไปสหภาพยุโรปจำนวน 39 คำขอ มูลค่า 207.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ กรมฯ ได้เชื่อมโยงระบบออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเข้ากับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และระบบตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าแบบไร้กระดาษ หรือ ROVERs PLUS ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง พร้อมพัฒนาระบบประมวลผลสถิติการส่งออกและระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการและลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ

นางอารดา กล่าวว่า สำหรับปีงบประมาณ 2570 กรมฯ จะมุ่งขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสำคัญและสินค้าเกษตรนวัตกรรม ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก FTA สร้างความเป็นธรรมทางการค้า พัฒนาผู้ประกอบการ และยกระดับบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับการส่งเสริมการค้าอย่างยั่งยืน

ด้านการค้าชายแดน กรมฯ มีแผนจัดมหกรรมการค้าชายแดนใน 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง กาญจนบุรี น่าน บุรีรัมย์ นครพนม และตราด เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการค้า เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า และกระจายโอกาสทางการค้าสู่ภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย

กรมฯ ยังเตรียมผลักดันเรื่องความมั่นคงทางอาหารผ่านเวทีการค้าระดับโลกที่เป็นเจ้าภาพ 2 งาน ได้แก่ World Tapioca Conference 2027 และ Thailand Rice Convention 2027 พร้อมขยายตลาดสินค้าเกษตรผ่านงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ อาทิ THAIFEX–ANUGA ASIA 2027, Agri Plus Expo 2027, Natural Products Expo West 2027 และ HNC EXPO 2027 โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน กรมฯ เตรียมความพร้อมรองรับ FTA ฉบับใหม่ ได้แก่ ไทย–สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ EFTA และไทย–ภูฏาน ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและพัฒนาระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการเยียวยาทางการค้า การป้องกันการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า และการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน AI-Driven DFT โดยนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการไต่สวนมาตรการเยียวยาทางการค้า การควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง และการประมวลผลสถิติการส่งออกและการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า

ทั้งนี้ กรมฯ ตั้งเป้าให้บริการออกหนังสือสำคัญการส่งออก–นำเข้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 1.4 ล้านฉบับในปี 2570 เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

นางอารดา กล่าวว่า กรมฯ จะต่อยอดการดำเนินงานจากปี 2569 สู่การทำงานเชิงรุกในปี 2570 โดยเน้นสร้างโอกาสทางการค้า ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI พร้อมส่งเสริมการค้าอย่างยั่งยืนที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และโอกาสของผู้ประกอบการไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนการค้าต่างประเทศให้เติบโตในระยะยาว

Back to top button