
โบรกชู 9 หุ้นเด่น รับแผนลงทุน Data Center จับตา ครม.เคาะเกณฑ์ใหม่ 3 พ.ย.นี้
บอร์ด Data Center เตรียมเสนอ ครม. 3 พ.ย. พิจารณา 3 มาตรการจัดระเบียบลงทุน เปิดทาง 83 โครงการเดิมปรับตัวภายใน 1 ปี คุมเข้มโครงการใหม่กว่า 100 แห่ง "บล.กรุงศรี-INVX" มองบวกต่อ SET ชู 9 หุ้นโรงไฟฟ้า-นิคม-รับเหมา รับโอกาสเติบโตระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือบอร์ด Data Center เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พิจารณาแนวทางจัดระเบียบการลงทุนธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายใต้ 3 มาตรการสำคัญ ครอบคลุมการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การใช้น้ำ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม การกำหนดแนวทางเปลี่ยนผ่านสำหรับผู้ประกอบการเดิมและการคัดเลือกโครงการใหม่ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลกิจการ Data Center แบ่งออกเป็น 7 ระดับตามขนาดการใช้กำลังไฟฟ้า โดยโครงการเดิมจำนวน 83 แห่งสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดภายใน 1 ปี
ขณะที่โครงการใหม่กว่า 100 แห่งที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างจะต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำและกระบวนการคัดเลือกที่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยภาครัฐมีเป้าหมายจัดทำรายละเอียดข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำให้แล้วเสร็จภายใน 8-12 เดือน
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ว่า ความคืบหน้าการจัดทำหลักเกณฑ์กำกับดูแลอุตสาหกรรม Data Center ที่มีความชัดเจนมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย (SET) เนื่องจากจะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน โดยเฉพาะการเปิดทางให้โครงการเดิมสามารถเดินหน้าต่อได้ ขณะที่โครงการใหม่จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ
นอกจากนี้ การกำหนดมาตรฐานการลงทุนที่ชัดเจนยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี (Infra Tech) ในระยะยาว โดยเฉพาะความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และงานก่อสร้าง ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเดินหน้าโครงการลงทุนใหม่
สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ บล.กรุงศรี ระบุ 7 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย กลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น
ส่วนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซึ่งมีโอกาสรองรับความต้องการพื้นที่สำหรับพัฒนาโครงการ Data Center ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON และบริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON มีโอกาสได้รับประโยชน์จากงานก่อสร้างและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมีปัจจัยกระตุ้นสำคัญคือการพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์จาก ครม. ในสัปดาห์หน้า
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ INVX ระบุว่า การจัดระเบียบการลงทุน Data Center ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ จะช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่ผู้ประกอบการและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแบ่งประเภทกิจการตามขนาดการใช้กำลังไฟฟ้าออกเป็น 7 ระดับ เพื่อให้การกำกับดูแลเหมาะสมกับลักษณะและขนาดของแต่ละโครงการ
ขณะเดียวกัน การเปิดทางให้โครงการเดิม 83 แห่งสามารถปรับตัวภายในระยะเวลา 1 ปี จะช่วยลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ลงทุนไปแล้ว ส่วนการกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับโครงการใหม่กว่า 100 แห่ง จะช่วยยกระดับมาตรฐานการลงทุนและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center ในอนาคต
สำหรับมุมมองการลงทุนระยะยาว INVX ประเมินเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เนื่องจากมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการพื้นที่รองรับการลงทุน Data Center ซึ่งจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านระบบไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
ส่วน กลุ่มโรงไฟฟ้า INVX มองบวกต่อ GULF, GPSC, BGRIM และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL จากแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานในระยะยาว
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายชื่อหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากบทวิเคราะห์ของทั้งสองสำนักรวมกัน พบว่ามี 9 หลักทรัพย์ ได้แก่ GULF, GPSC, BGRIM, WHAUP, GUNKUL, WHA, AMATA, STECON และ PYLON โดยต้องติดตามผลการพิจารณาของ ครม. รวมถึงความคืบหน้าการอนุมัติและดำเนินโครงการลงทุน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อโอกาสการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องในระยะถัดไป

