
CGSI ชี้ SET แกว่งกรอบ 1,555-1,575 จุด จับตา PCE-งบ Big Tech ชู KBANK-WHA เด่น
CGSI ประเมิน SET วันนี้แกว่งตัวกรอบ 1,555-1,575 จุด หลัง Fed-กนง.คงดอกเบี้ยตามคาด นักลงทุนรอติดตามเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และผลประกอบการ Big Tech เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและการลงทุน AI พร้อมชู KBANK-WHA หุ้นเด่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ต.ค.69) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าดัชนี SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,555-1,575 จุด หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนยังคงรอติดตามปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มการลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สำหรับปัจจัยต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หลัง Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ตามคาด โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,475.10 จุด เพิ่มขึ้น 97.53 จุด หรือ 0.19% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,743.98 จุด เพิ่มขึ้น 21.38 จุด หรือ 0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,549.85 จุด เพิ่มขึ้น 72.04 จุด หรือ 0.27%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หลัง Alphabet บริษัทแม่ของ Google รายงานผลประกอบการบางส่วนต่ำกว่าคาด ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI โดยเฉพาะแนวโน้มรายจ่ายลงทุน (CAPEX) และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย ประกอบกับความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจดำเนินมาตรการทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 102.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.88% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 115.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.26% ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำเลือกลงทุนรายหลักทรัพย์ (Selective Buy) โดยชูหุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA จากปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวและแนวโน้มผลประกอบการ
โดย KBANK ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร จากแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อและอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่แข็งแกร่ง แม้กำไรสุทธิรวมของธนาคาร 8 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 56,400 ล้านบาท ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ของกลุ่มปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน สะท้อนพัฒนาการด้านคุณภาพสินทรัพย์
ส่วน WHA คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 834.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 26.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและการขายที่ดิน ขณะที่ยังคงประมาณการยอดขายที่ดินล่วงหน้า (Presales) ปี 2569 ที่ 2,200 ไร่ พร้อมคาดว่ายอดขายที่ดินไตรมาส 4/2569 จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งสู่ระดับ 753 ไร่ จากความต้องการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ของลูกค้ากลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ CGSI แนะนำ KBANK โดยกำหนดจุดทำกำไร (Take Profit) ที่ 254.00 บาท และจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 248.00 บาท ส่วน WHA กำหนดจุดทำกำไรที่ 4.96 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 4.84 บาท
