
โบรกคาด PSL กำไร Q3 โต 122% แตะ 588 ล้าน รับค่าระวางพุ่ง-ขยายกองเรือ แนะซื้อเป้า 11 บาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด PSL กำไรปกติไตรมาส 3/69 แตะ 588 ล้านบาท โต 122.5% รับค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น 36.4% และการขยายกองเรือ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69 เป็น 1.5 พันล้านบาท โต 196% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 29 ต.ค.69 ว่า แนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL มีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราค่าระวางเรือทั่วโลก การขยายกองเรือ และผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้น และสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมขนส่งทางเรือเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น (High Season) ในไตรมาส 3/2569 จากการเร่งสั่งซื้อสินค้าเพื่อเตรียมจำหน่ายในช่วงเทศกาลปลายปี รวมถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและส่งออกสินค้าเกษตรในทวีปอเมริกาเหนือ ประกอบกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทำให้อัตราค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับดัชนีค่าระวางเรือ Baltic Handysize Index (BHSI) และ Baltic Supramax Index (BSI) ในไตรมาส 3/2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 914 จุด และ 1,684 จุด ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 9.1% และ 9.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็นอัตราค่าระวางเรือในตลาดเฉลี่ยประมาณ 19,246 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์การขนส่งสินค้าทางทะเล
ขณะที่โครงสร้างกองเรือของ PSL ส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกสินค้าเทกองขนาดเล็กและขนาดกลาง ประเภท Handysize และ Supramax ซึ่งโดยปกติจะมีอัตราค่าระวางต่ำกว่าเรือมาตรฐานที่ใช้ในการคำนวณดัชนีตลาด ส่วนเรือบรรทุกน้ำมัน (Tanker) ขนาดกลางมีอัตราค่าระวางสูงกว่าเรือบรรทุกสินค้าเทกองประมาณ 50% ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้จากการดำเนินงานเมื่อบริษัทขยายสัดส่วนเรือประเภทดังกล่าว
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า อัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยของ PSL ในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 18,231 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน เพิ่มขึ้น 9.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 36.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากภาวะตลาดขนส่งทางเรือที่ปรับตัวดีขึ้น การขยายกองเรือ และการอ่อนค่าของเงินบาท
ปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้รายได้จากการเดินเรือในไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2,109.7 ล้านบาท เติบโต 12.7% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 46.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือและค่าเสื่อมราคาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามจำนวนเรือที่มากขึ้น แต่ยังประเมินว่าบริษัทจะสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับสูง
โดย คาดว่า PSL จะมีกำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 588.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 122.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการตามทิศทางค่าระวางเรือ และประสิทธิภาพการบริหารกองเรือที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2569 บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่าจะเป็นปีที่ PSL มีผลการดำเนินงานดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 เนื่องจากดัชนีค่าระวางเรือ BSI และ BHSI เฉลี่ยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ปรับตัวสูงกว่าระดับเฉลี่ยในช่วงปี 2566–2568 ขณะที่ดัชนีค่าระวางเรือยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องในเดือนตุลาคม แม้อุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่ช่วงชะลอตัวตามฤดูกาลก่อนฤดูมรสุม
จากแนวโน้มดังกล่าว ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 ขึ้น 16.1% จากประมาณการเดิม เป็น 1,500 ล้านบาท หรือเติบโต 196.2% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราค่าระวางเรือที่สูงกว่าสมมติฐานเดิม รวมถึงการรับมอบเรือใหม่เพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4/2569 ประกอบด้วยเรือบรรทุกสินค้าเทกองประเภท Ultramax จำนวน 1 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมันประเภท Tanker อีก 1 ลำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งและสร้างรายได้เพิ่มเติมในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2570 และ 2571 ขึ้น 3.9% และ 7.8% ตามลำดับ จากการขยายขนาดกองเรือและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แม้คาดว่าอัตราค่าระวางเรือในตลาดโลกอาจทยอยปรับลดลงตามสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มคลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวนเรือและยกระดับประสิทธิภาพกองเรือจะช่วยลดส่วนต่างอัตราค่าระวางเรือของ PSL เมื่อเทียบกับตลาด โดยคาดว่าส่วนลดของอัตราค่าระวางเรือจะลดลงเหลือประมาณ 11–12% จากค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15% สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้นและโอกาสเพิ่มรายได้จากการให้บริการขนส่งในระยะยาว
นอกจากนี้ การสั่งต่อเรือใหม่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพกองเรือและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวอาจทำให้บริษัทมีความต้องการใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามควบคู่กับแนวโน้มอัตราค่าระวางเรือและสถานการณ์การขนส่งทางทะเลโลก
สำหรับมุมมองด้านมูลค่าหุ้น บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า แม้ราคาหุ้น PSL จะปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 65% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 (Year-to-Date: YTD) แต่ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 10% จากราคาเป้าหมาย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการขยายกองเรือ
ทั้งนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PSL พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 11 บาทต่อหุ้น อ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) เป้าหมายที่ 1.0 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของบริษัทในภูมิภาค และเทียบเท่าอัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA) ปี 2570 ที่ 7.0 เท่า และอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ 15.0 เท่า
