
SPVI กำไร Q3 โต 113% แตะ 66 ล้าน รับยอดขาย iPhone 18 หนุน-คุมต้นทุนเด่น
SPVI โชว์กำไรไตรมาส 3/69 แตะ 66.39 ล้านบาท โต 112.79% รับยอดขาย iPhone 18 Pro Series แข็งแกร่ง พร้อมบริหารต้นทุนหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 11.93% ดันกำไร 9 เดือนแรกทะยาน 142% แตะ 173.27 ล้านบาท
บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SPVI เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 66.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.19 ล้านบาท หรือเติบโต 112.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 31.20 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,116.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.09% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,093.28 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mac, iPhone และสินค้า Non-Apple รวมถึงการบริหารต้นทุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 2,101.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.16 ล้านบาท หรือ 1.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mac, iPhone และ Non-Apple ผ่านช่องทางร้านค้าและออนไลน์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่เริ่มวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือนกันยายน 2569 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และมียอดขายเติบโตเมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro Series ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 250.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.92 ล้านบาท หรือ 21.23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 206.85 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการได้รับส่วนลดต้นทุนสินค้าจากผู้จัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ประกอบกับสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่ม Non-Apple ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9.95% ในไตรมาส 3/2568 เป็น 11.93% ในไตรมาส 3/2569
ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 181.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.75 ล้านบาท หรือ 1.54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมการขายผ่านช่องทางออนไลน์ และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 8.54% เป็น 8.58%
อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 83.42 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 41.62 ล้านบาท หรือเติบโต 100.43% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1.49% เป็น 3.14% สะท้อนความสามารถในการรักษาระดับการทำกำไร แม้ภาพรวมกำลังซื้อภายในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นอกจากนี้ บริษัทยังคงดำเนินกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายผ่านโครงการนำสินค้าเก่ามาแลกเป็นส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าใหม่ (Trade-in) รวมถึงการนำเสนอทางเลือกการผ่อนชำระที่หลากหลาย ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงปลายไตรมาส 3/2569 ส่งผลให้บริษัทต้องปิดให้บริการบางสาขาชั่วคราวประมาณ 1-2 วัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าผลกระทบดังกล่าวอยู่ในระดับจำกัด และไม่มีความเสียหายต่อทรัพย์สินของสาขา
สำหรับเครือข่ายการจำหน่าย ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 บริษัทมีสาขาที่เปิดให้บริการรวม 60 สาขา ลดลงจาก 73 สาขา ณ สิ้นปี 2568 โดยแบ่งเป็นร้าน iStudio จำนวน 10 สาขา, UStore จำนวน 20 สาขา, AIS Shop by Partner จำนวน 24 สาขา, Mobi จำนวน 5 สาขา และ iCenter จำนวน 1 สาขา
ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 173.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 71.59 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 6,108.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.21% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 5,918.51 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้น 702.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 583.60 ล้านบาท
ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรก สะท้อนผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนสินค้า การปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 219.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 97.49 ล้านบาท

