
“ไมครอน” เบรกสร้างโรงงานชิปไต้หวัน 4.5 พันล้านเหรียญ-สส.เดโมแครตจี้แบน AI ขั้นสูง
บลูมเบิร์กเผย "ไมครอน" สั่งระงับสร้างโรงงานชิป 4.5 พันล้านดอลลาร์ในไต้หวันชั่วคราว หลังเผชิญข้อพิพาทแรงงานยืดเยื้อ ขณะที่ สส. เดโมแครตจี้ระงับพัฒนา AI ขั้นสูง ท่ามกลางกระแสลงทุน AI หนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ โตถึง 1 ใน 3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท ไมครอน เทคโนโลยี ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ประกาศระงับการก่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ในไต้หวันเป็นการชั่วคราว ซึ่งโครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท) หลังประสบปัญหาข้อพิพาทด้านแรงงานที่ยืดเยื้อ
โครงการก่อสร้างโรงงานดังกล่าว เดิมมีกำหนดการแล้วเสร็จและพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2571 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการผลิตชิปหน่วยความจำประเภท DRAM และชิปความเร็วสูง HBM (High Bandwidth Memory) ที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
รายงานข่าวระบุว่า ชนวนเหตุของการหยุดชะงักเกิดจากการที่กลุ่มพนักงานยื่นข้อเรียกร้องให้บริษัทฯ ปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทน รวมถึงเสนอให้มีการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ในสัดส่วน 15% ของไมครอนทั่วโลก เพื่อนำมาแบ่งปันให้กับพนักงาน
ทางด้านตัวแทนของไมครอนเปิดเผยว่า การดำเนินงานในฐานการผลิตเดิมที่มีอยู่ในไต้หวันยังคงเป็นไปตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันฐานการผลิตในไต้หวันถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท โดยคิดเป็นสัดส่วนการผลิตชิป DRAM ราว 60% ของกำลังการผลิตรวมทั้งหมดของไมครอนทั่วโลก
ในวันเดียวกัน มีรายงานความเคลื่อนไหวจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ โดย นางยัสซามิน อันซารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการสั่งระงับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับก้าวหน้าเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งเสนอให้มีมาตรการสั่งห้าม (Ban) การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสุดยอด หรือ Superintelligence โดยทันทีนับตั้งแต่วันแรก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งรายงานระบุว่า เม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม AI ในปัจจุบัน ได้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ทั้งหมดของสหรัฐฯ ในปีนี้

