SMT ย้ำปีนี้ “เทิร์นอะราวด์” ราคาเด่น อัพไซด์เกิน 30%

SMT ย้ำปีนี้ “เทิร์นอะราวด์” ราคาเด่น อัพไซด์เกิน 30%


บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT หากย้อนกลับไปดูผลงานที่ผ่านมาบริษัทแห่งนี้ประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่ปี 54 แน่นอนบทเรียนในครั้งนั้นไม่เคยทำให้ SMT ยอมแพ้ต่อธุรกิจและหยุดพัฒนาธุรกิจแม้แต่น้อย โดยเห็นได้แผนงานปีนี้เตรียมขยายกำลังการผลิตของธุรกิจหลัก คือ เพิ่มกำลังการผลิตในปีหน้าอีก 30-40% ของกลุ่มสินค้าประเภท high value added

ขณะเดียวกันปีนี้มั่นใจจะล้างขาดทุนสะสมหมดและพลิกกลับมามีกำไรได้นอกจากนี้ จากการที่บริษัทฯได้ข้อสรุปการลงทุนโครงการผลิต Solar Panel ให้กับพันธมิตรจากสหรัฐอเมริกาเฟสแรกขนาดกำลังการผลิต 40 MW/ปี และคาดว่าสามารถเริ่มรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/59

ที่สำคัญขณะนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า บวกกับกำไรไตรมาส 3/59 มีแนวโน้มเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ เพราะเป็นช่วง high season ตรงนี้ทำให้หุ้นกลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ดูดีกว่าอีกหลายกลุ่ม

แน่นอนจากปัจจัยบวกดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้ราคาหุ้น SMT กลับมาน่าสนใจและน่าจับจองเข้าพอร์ตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหุ้นมีราคาเป้าหมายสูงถึง 8.25 บาท พร้อมอัพไซด์สูงถึง 36% ตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนหุ้นรายนี้อีกครั้ง 

 

นายพีระพล วิไลวงศ์เสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับการขยายกำลังการผลิตสินค้าประเภท IC Packaging/Wafer dicing ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่มีมาร์จิ้นสูง เนื่องจากขณะนี้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องเตรียมวางแผนไว้เพื่อรองรับการ ขยายตัวของงานที่จะมีเพิ่มขึ้น

โดยการขยายกำลังการผลิตของธุรกิจหลัก คือ เพิ่มกำลังการผลิตในปีหน้าอีก 30-40% ของกลุ่มสินค้าประเภท high value added เช่น IC Packaging/Wafer dicing เนื่องจากขณะนี้มีกำลังการผลิตเกือบเต็ม 100% แล้ว ประกอบกับมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทต้องเตรียมวางแผนไว้เพื่อรองรับการขยายตัว ในส่วนของแผนการดำเนินงานในปีหน้านั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะมีการเพิ่มเครื่องจักรเพื่อรองรับการผลิตของกลุ่มสินค้าใหม่ ๆ ด้วย

ทั้งนี้ มั่นใจว่าผลประกอบการครึ่งหลังของปี 59 จะเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก จนสามารถล้างขาดทุนสะสมหมดและพลิกกลับมามีกำไรได้ เนื่องจากบริษัทมีตัว New Product เข้ามาเสริมทำให้มาร์จิ้นสูง ส่งผลต่อเนื่องมายังกำไรสุทธิของ SMT ซึ่งเห็นได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้ว่ากำไรดีขึ้น จาก New Product โดยบริษัทพยายามเร่งปรับตัวในการลดต้นทุนในการผลิตเพื่อให้ได้อัตรากำไรที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ จากการที่บริษัทฯได้ข้อสรุปการลงทุนโครงการผลิต Solar Panel ให้กับพันธมิตรจากสหรัฐอเมริกาเฟสแรกขนาดกำลังการผลิต 40 MW/ปี และคาดว่าสามารถเริ่มรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/59 นี้ โดยรายได้ดังกล่าวจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการของบริษัทในครึ่งปีหลังนี้ให้เติบโตตามเป้าหมาย โครงการดังกล่าวใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านบาท และบริษัทมีแผนในการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 200 MW จากแผนการลงทุนที่วางแผนไว้กับพันธมิตร            

 

บล.โกลเบล็ก ระบุในบทวิเคราะห์ว่า SMT คาดปี 2559 Turnaround พลิกมีกำไรราว 200 ลบ.จากสินค้า Value added (margin สูง) โดยเฉพาะ IC Packaging  / Wafer dicing ที่เติบโตสูงมาก แม้ว่าสินค้าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จะมียอดขายลดลงมาก (margin ต่ำ) 

เตรียมเซ็นเป็นตัวแทนขาย Solar Panel ให้บริษัทใหญ่ในอเมริกา โดยโรงงานผลิต Solar Panel Generation 3 กำลังการผลิตที่ 40 เมกะวัตต์ (MW) คาดว่าจะเสร็จเดือนต.ค. และเริ่มเดิมเครื่องในเดือนพ.ย. ซึ่งจะรับรู้รายได้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า (ทั้งนี้บริษัทมีเป้าขยายถึง 200 MW)

บริษัทเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มในปี 2560 อีก 30-40% ในกลุ่มสินค้าประเภท high margin เช่น IC Packaging / Wafer dicing  ราคาเหมาะสม Consensus  6.9 – 8.25 บาท 

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มส่งออก:ประเมินค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นบวกต่อกลุ่มส่งออก + ไตรมาส 3 เป็น High season เลือก SMT  (เป้าพื้นฐาน 8.25 บาท)

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างเร็ว 1.6% MTD และมากกว่าประเทศอื่นในเอเชียยกเว้นเงินวอนเกาหลีใต้ บวกกับกำไรไตรมาส 3/59 มีแนวโน้มเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้เพราะ high season ทำให้หุ้นในกลุ่มนี้ดูดีกว่าอีกหลายกลุ่มอย่างน้อยในระยะสั้น

 

ด้านราคาหุ้น SMT ปิดวานนี้ (11 ต.ค.) ที่ระดับ 6.05 บาท ลบ 0.15 บาท หรือ 2.42% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 33.19 ล้านบาท

Back to top button