
1,500 รอบที่ 3
สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” “เชื่อมั่น” และ “ยึดถือ” มาตลอดคือเรื่องของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเป็นเกราะป้องกันแรงขายชั้นยอด
สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” “เชื่อมั่น” และ “ยึดถือ” มาตลอดคือเรื่องของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเป็นเกราะป้องกันแรงขายชั้นยอด ขณะเดียวกันก็เป็นแรงขับเคลื่อนให้ราคาหุ้นทะยานขึ้นอย่างมั่นคง อีฉันเลยมองการพุ่งขึ้นของดัชนีมาที่ระดับ 1,516.91 จุด บวกไป 26.81 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.20 หมื่นล้านบาท มาจากความเชื่อมั่นที่มีต่อหุ้นตัวนั้น ๆ ว่า น่าจะมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งพะยะค่ะ
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องเชื่อว่า การขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดเป็นครั้งที่ 3 คือแรงหนุนที่จะทำให้ดัชนีเปลี่ยนฐานใหม่อย่างมั่นคง ซึ่งเป็นการอ้างอิงจากตำราหุ้นที่ร่ำเรียนมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้ มันมีเรื่องไหนที่ต้องกังวลไหม? ขณะเดียวกันถ้าดูแรงหนุนจากหุ้นต่างประเทศที่พุ่งแรงกันถ้วนหน้า น่าจะทำให้การขึ้นมาเที่ยวนี้มั่นคงกว่ารอบก่อน ๆ (การเจรจาสันติภาพใกล้ได้ข้อสรุป) นะจ๊ะ
ที่น่าสนใจคือ วันนี้นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ไม่ได้มองความเสี่ยงน้ำมันขาดแคลน และไม่ได้สนใจสภาพเศรษฐกิจไทยจะโตได้ไหม? มันคือความย้อนแย้งที่ทำให้อีฉันเสียรังวัดเหมือนกัน แถมช่วงปลายเดือน เม.ย. ดัชนีทำท่าจะลงไปทดสอบแนวรับ 1,400 จุด แต่สุดท้ายก็ลงมาแค่ระดับ 1,438 จุด ต่อจากนั้นก็ไต่ระดับขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะจัดโชว์ชุดใหญ่ไฟกระพริบให้นักลงทุนได้เห็นแบบนี้..เดี๊ยนไปไม่เป็นเลยจ้า
เหมือนกับการแผลงฤทธิ์ของหุ้น DELTA ก่อนจะยืนปิดไปที่ระดับ 323 บาท บวกไป 13 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.02 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนไปไม่เป็นเหมือนกัน เพราะราคาหุ้นไม่ควรพุ่งขึ้นแรงอีกแล้ว หลังทำตัวสงบเสงี่ยมจากการถูกจับติดแคชฯ แต่ทันทีที่หลุดจากการถูกกักขังได้แค่วันเดียว ก็มีโชว์ของให้ทุกคนได้เห็นเต็มตาแบบนี้..ระวังจบไม่สวยนะตัวเอง
ส่วนคนที่สวยขึ้นทุกวัน จนรู้สึกอิจฉา “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น STECON แบบไม่ละสายตา เพราะวันนี้ วันหน้า และวันต่อไป ก็คงไม่มีผู้รับเหมารายใหญ่ในประเทศไทยที่มีความครบเครื่องมากไปกว่ารายนี้อีกแล้ว จึงพากันเชื่อว่า น่าจะได้งานใหม่ ๆ เข้ามาอีกเพียบ ซึ่งทำให้ราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง และมาระเบิดฟอร์มใหญ่ในช่วง 2 วันนี้เอง ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 14 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.30 พันล้านบาทแบบนี้..ยาวไปเลยพี่!
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงน้องมิ้น MINT ขึ้นมาในทันที หลังผู้คนพูดถึงสงครามใกล้จบมากขึ้นเรื่อย ๆ น่าจะเป็นผลดีโดยตรงกับรายได้ของโรงแรมในช่วงครึ่งปีหลัง อีฉันเลยมองว่า การยืนปิดที่ระดับ 20.70 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.10 พันล้านบาท เหมาะต่อการทยอยสะสมหุ้น และหุ้นควรกลับขึ้นไปยืนแถว 27 บาทเหมือนเดิม..ขอย้ำว่า ถ้าทุกอย่างกลับมาเป็นปกตินะคะ
ในเมื่อทุกอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ก็ต้องพูดถึงหุ้น EA เพื่อชี้ให้เห็นสถานการณ์ในวันนี้คล่องตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมมีโปรเจกต์ใหม่ทยอยเข้ามาต่อเนื่อง อีฉันจึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดของหุ้นที่ระดับ 2.70 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 77 ล้านบาท โดยไตรมาส 1 มีลุ้นกลับมามีกำไรแบบนี้ มันเป็นจังหวะที่ต้องเล่นก่อนข่าวจริงออกมาอย่างเป็นทางการนะตัวเอง
ปิดท้ายกันที่หุ้นม้ามืดอย่าง SMT ยังแสดงความแข็งแกร่งด้วยการเดินหน้าบวกต่อเนื่อง จนวานนี้ขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 2.28 บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 8.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 100 ล้านบาท ล้วนเป็นภาพที่ตรงข้ามกับช่วงกลางเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาอย่างชัดเจน เพราะตอนนั้นหุ้นยังยืนซึม ๆ อยู่ที่ระดับ 1.40 บาทอยู่เลย อีฉันเลยสงสัยว่า สตอรี่ที่เอามาเล่นเที่ยวนี้อาจเกี่ยวกับกระแสหุ้นเทคฯ และเทิร์นอะราวด์ กระมัง!
โมนิก้าและทีมงาน