เปิด 4 หุ้นตัวท็อปลุ้นยอดขายกระฉูดรับอานิสงส์ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

เปิดชื่อ 4 หุ้นตัวท็อปลุ้นยอดขาย Q2/61 โตกระฉูด รับอานิสงส์ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ


สืบเนื่องจากกรณีที่กระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง มีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ ทั้ง 77 จังหวัด โดยปรับตั้งแต่ 5-22 บาท แบ่งเป็นทั้งหมด 7 ระดับ ตามสภาพความเจริญทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 เม.ย.2561 นี้

โดยก่อนหน้านี้ “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้นำเสนอบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในแง่ของต้นทุนการจ้างพนักงานไปแล้วตามข่าว ส่อง 13 หุ้นเสี่ยงเจอผลกระทบเหตุต้นทุน Q2 พุ่ง หลังกระทรวงแรงงานขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวยังเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มค้าปลีก ที่จะได้รับอานิสงส์ในแง่ของกำลังซื้อที่มีมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป

โดย บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ (30 ม.ค.2561) โดยมองว่ากลุ่มค้าปลีกที่อาจได้อานิสงส์ในระยะสั้นจากประเด็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีลูกค้าฐานรากเป็นสำคัญ ได้แก่ GLOBAL, ROBINS, SINGER, TNP

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) มองเป็นปัจจัยบวกกับกลุ่มค้าปลีก ครม.เคาะค่าจ้างวันนี้ (โพสต์ทูเดย์) แรงงานเสนอ ครม.เคาะค่าจ้าง 30 ม.ค. ย้ำรัฐมีมาตรการรองรับ ยันส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว. แรงงาน เปิดเผยภายหลังนายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เข้าพบ เพื่อหารือประเด็นการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดยยืนยันว่าจะเสนอมติที่ประชุมคณะ กรรมการค่าจ้างเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2561 โดย ปรับขึ้นค่าจ้างทุกจังหวัดตั้งแต่ 5-22 บาท เฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 5% สูงสุดในรอบ 3 ปี เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบวันที่ 30 ม.ค.นี้

อันดับที่ 1 บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL โดย นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ประธานกรรมการ  GLOBAL เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้และกำไรในปี 61 จะเติบโตมากกว่า 13% จากปี 60 ที่คาดว่าจะเติบโตราว 10% หลังอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth: SSSG) จะกลับมาเติบโตราว 3% จากที่ติดลบ 5% ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการพัฒนาคุณภาพทั้งในด้านของตลาดและสินค้า รวมถึงการบริหารจัดการสินค้า ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังมีไม่มากนัก

อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของบริษัทยังนับว่าดีกว่ายอดขายสาขาเดิมของร้านวัสดุก่อสร้างในตลาดที่ติดลบ 8% ในปีที่ผ่านมา และยังคงติดลบระดับ 7-8% ในปีนี้

 

อันดับที่ 2 บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS โดย บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 85.50 บาท/หุ้น คาดกำไรในไตรมาส 4/60 ที่ 1 พันลบ. ทรงตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 65.6% จากไตรมาสก่อน และคาดกำไรทั้งปีที่ 2.90 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน

โดยการเติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนมาจากการเปิดสาขา 3 สาขาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่จากไตรมาสก่อนมาจากช่วงไฮซีซั่น และมาตราการกระตุ้นการจับจ่ายจากภาครัฐในช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา โดยคาดรายได้รวมจะเติบโต 5.6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 18% จากไตรมาสก่อนมาที่ 8.6 พันล้านบาท

ขณะที่ประเมิน SSSG ที่ -0.5% เทียบกับ -0.1% ในไตรมาส 3/60 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าคาดว่าจะขยายตัวขึ้นมาที่ 24.7% จาก 24.2% ในไตรมาส 4/59 จากการลดการทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า แต่ลดลงจาก 27.1% ในไตรมาส 3/60 จากส่วนผสมของสินค้าที่เปลียนไป คงแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 85.50 บาท และผลการดำเนินงานจะประกาศในวันที่ 15 ก.พ.

 

อันดับที่ 3 บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER โดย นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (SINGER) กล่าวว่า บริษัทมั่นใจปีนี้ธุรกิจสดใส ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 35% จากปีก่อน และวางงบลงทุนไว้กว่า 3,000 ล้านบาท จากการขยายสินค้าและบริการ โดยเน้นการขายสินค้าเพื่อการพาณิชย์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าประเภทธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อาทิ ตู้แช่ เครื่องทำน้ำแข็ง ตู้เติมน้ำมันหยอดหรียญ และตู้เติมเงินรูปแบบใหม่ ผ่านตัวแทนจำหน่ายของบริษัท รวมทั้งใช้ความได้เปรียบสำหรับช่องทางรากหญ้า เร่งยอดธุรกิจสินเชื่อรถทำเงิน บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ รวมถึง สินเชื่อไมโคร และนาโนไฟแนนซ์

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนขยายสาขาและช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเปิดตัว “Singer Franchise” ซึ่งเน้นคอนเซป ใครๆ ก็เป็นเจ้าของธุรกิจซิงเกอร์ได้ ตั้งเป้าขยายสาขา เป็น 350 สาขา ภายในปี 63

นอกจากนี้ ในด้านการบริหารได้ผู้บริหารมือดีเข้ามาบริหารงานด้านสินเชื่อ โดยได้แต่งตั้งผู้บริหารใหม่ นางสาวสนันนาถ กุลไพศาลธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด รุกธุรกิจสินเชื่อ ทั้งรถทำเงิน Captive Finance รุกสินเชื่อรากหญ้า สินเชื่อไมโคร และนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งจะสร้างพอร์ตให้ขยายมากขึ้น และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 63 เพื่อระดมทุนในการขยายสินเชื่อต่อไป

อันดับที่ 4 บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่รวมอาหารสดภายใต้ชื่อ “ธนพิริยะ”  เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่จะได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 43.58 บาท

Back to top button