RS วางเป้ารายได้ปีนี้แตะ 5.7 พันลบ. รุกหนักธุรกิจคอมเมิร์ช-ลุยออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพียบ!


นาย วิทวัส เวชชบุษกร เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)  หรือ RS นำเสนอข้อมูลผลประกอบการงวดปี 2563 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผ่านช่องทางออนไลน์ว่า ภาพรวมธุรกิจในปี 2563 ถือเป็นปีที่ดี  ท่ามกลางสถานการณ์ความลำบากเนื่องจากการระบาดโควิด-19 แต่บริษัทก็ยังเป็นองค์กรที่สามารถปรับตัวได้เร็ว และมีแผนธุรกิจที่รับมือได้เป็นอย่างดี

โดยในปี 2563 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,774 ล้านบาท เติบโต 5% จากช่วงเดียวกันของปี 2562 อยู่ที่ 3,611 ล้านบาท ขณะที่ EBITD Margin  ปี 2563 อยู่ที่ 881 ล้านบาท เติบโต 42% จากปี 2562 อยู่ที่ 619 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2563 อยู่ที่ 528 ล้านบาท เติบโต 45% จากปี 2562 อยู่ที่ 303 ล้านบาท ส่วนโครงสร้างฐานะการเงินยังแข็งและรองรับการขยายตัวในอนาคตได้

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตได้ดีคือการเติบโตธุรกิจคอมเมิร์ชเป็นหลัก โดยการนำกลยุทธ์การขยายขายผ่านช่องทางพันธมิตรทีวีดิจิตอล และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเข้าถึงลูกค้า และการทำมาร์เก็ตติ้งจัดแคมเปญต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนในการสร้างการเติบโตของธุรกิจได้เป็นอย่างดี

โดยในปี 2563 ธุรกิจคอมเมิร์ชมีรายได้เติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาส โดยรายได้ไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 500 ล้านบาท,ไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 586 ล้านบาท,ไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ 644 ล้านบาท และไตรมาส 4/2563 อยู่ที่ 652 ล้านบาท ทำให้ทั้งปี 2563 รายได้อยู่ที่  2,381 ล้านบา เติบโต 18% จากปี 2562 อยู่ที่ 2,012 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการโฆษณาที่หลากหลายมากขึ้นการไลฟ์สดทำให้ได้ลูกค้ามากขึ้น และการพัฒนาระบบไอทีและนำมาใช้ในวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

ด้านธุรกิจทีวีแม้ว่าในปี 2563 จะได้รับผลกระทบจากเม็ดเงินโฆษณาลดลงลดลงถึง 10% แต่อย่างไรก็ดีในส่วนของธุรกิจทีวีบริษัทได้ปรับกลยุทธ์เพื่อลดลงการพึงพิงรายได้โฆษณาให้น้อยลง ส่งผลทำให้รายได้รวมธุรกิจทีวีในปี 2563 อยู่ที่ 1,004 ล้านบาท เติบโต 25% จากปี 2562 อยู่ที่ 803 ล้านบาท

โดยบริษัทได้เน้นกลยุทธ์เก้าอี้ 4 ขา โดยหารายได้จาก 4 ช่องทาง โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญก็คือ การใช้คอนเทนของกลุ่มเพื่อไปทำรายได้ ทั้งการขายลิขสิทธ์หนังและเพลงที่สามารถขายไปยังต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการคอนเทนไปฉายต่อก็สามารถสร้างรายได้ส่วนเพิ่ม และทดแทนรายได้เม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง

ด้านโครงสร้างฐานะการเงินยังแข็งและรองรับการขยายตัวในอนาคตได้ โดยบริษัทมีสินทรัพย์รวมปี 2563 เติบโตอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นในส่วนของสิทธิการเช่าตามาตรฐานบัญชีใหม่ ขณะที่อัตราส่วน ROA (Return on Asset) ปี 2563 เติบโตอยู่ที่ 18%  ส่วนหนี้สินรวมปี 2563 อยู่ที่ 2,500 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และ ROE (Return on Equity) ปี 2563 เติบโตอยู่ที่ 28%

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2564 จะเน้นในกลุ่มธุรกิจคอมเมิร์ชเป็นหลัก โดยเห็นได้จากล่าสุดเข้าลงทุนกับกลุ่มบริษัทเชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (Chase) ถือหุ้น 35% มูลค่า 920 ล้านบาท เป็นบริษัทประกอบธุรกิจติดตามชำระหนี้และปล่อยสินเชื่อรายย่อย ซึ่งจะมาช่วยต่อยอดธุรกิจ และร่วมแชร์บริหารจัดการสินทรัพย์ทรัพยากร (resource) ที่มีอยู่ในมือร่วมกันเพื่อบริหารจัดการควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยแผนธุรกิจคอมเมิร์ชในครึ่งปีแรก 2564 จะเน้นในบริษัท ไลฟ์สตาร์ ในเครือ RS เพื่อลุยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และในส่วนของ RS Mall เตรียมขยายไปในออนไลน์มากขึ้นเพื่อหาลูกค้าใหม่ๆ

ส่วนแผนธุรกิจในกลุ่ม “กัญชง กัญชา” ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจราจาโรงงานสกัด และโรงานผลิต ซึ่งอยู่ระหว่างการเซ็น MOU ร่วมกัน เพื่อผลิตสินค้าใหม่ที่มีส่วนประกอบของกัญชงสาร CBD จะเน้นในกลุ่มเครื่องดื่ม อาหาร อาหารเสริม เป็นหลัก โดยคาดจะสามารถเตรียมสินค้าใหม่ได้หลังกฏหมายประกาศรองรับ คาดประมาณ 3-6 เดือน จะสามารถออกสินค้าประเภทอาหารได้

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทประมาณการรายได้ไว้ที่ระดับ 5,700 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนธุรกิจ commerce ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่มสินค้าเดิม 3,000 ล้านบาท และกลุ่มสินค้าใหม่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะขยายไปในช่องทางใหม่ๆ และยังไม่รวมสินค้าประเภทกัญชงกัญชา

ส่วนธุรกิจ media คาดรายได้ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ ช่อง 8 และวิทยุ 1,200 ล้านบาท และมิวสิคและงานอีเว้นท์ 500 ล้านบาท โดยคาดว่าธุรกิจจะกลับมาเติบโตมากขึ้นจากปีก่อน รวมทั้งการจัดอีเว้นท์ก็จะกลับมาจัดได้ในครึ่งปีหลัง 2564

โดยมองภาพรวมกำไรสุทธิในปี 2564 คาดโตประมาณ 12-14%  อีกทั้งปีนี้บริษัทมีแผนธุรกิจที่หลากหลาย นอกเหนือจากนั้นยังหาโอกาสเข้าลงทุนในธุรกิจที่น่าสนใจเพื่อมาเสริมในธุรกิจโอโคซิสเต็มให้ครบวงจรมากขึ้น

ส่วนทิศทางการร่วมมือกับกลุ่มบ Chase ที่ได้เข้าลงทุนไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ช่วงนี้อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตามด้วยจุดแข็งของ Chase ในหลาย ๆ ส่วน ก็เชื่อว่าจะมาช่วยต่อยอดธุรกิจคอมเมิร์ชบริษัทได้อย่างแข็งแกร่ง และคาดว่าจะเห็นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆร่วมกันภายในปีนี้

Back to top button