ASW จ่อขาย “ไอพีโอ” 206 ล้านหุ้น ระดมทุนเข้า SET โชว์ 33 โครงการ – แบ็กล็อก 7.8 พันลบ.


นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ เพื่อจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตที่ดี ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” (We Build Happiness) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 206 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.07% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ รองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบในอนาคต

โดยปัจจุบันบริษัท ASW มีโครงการในมือทั้งหมด 33 โครงการ มูลค่า 30,420 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแล้วเสร็จ 25 โครงการ มูลค่า 19,043 ล้านบาท , โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างและเปิดขาย 8 โครงการ มูลค่า 11,377 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการในอนาคตอีก 11 โครงการ มูลค่ารวม 21,202 ล้านบาท ขณะที่มียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 7,800 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้ไปถึงปี 2566  และมีโครงการใหม่เปิดตัวต่อเนื่อง ในแต่ละปี โดยในปีนี้ ASW วางแผนในการเปิดโครงการใหม่ จำนวน 6 โครงการมูลค่าโครงการ 10,850 ล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี (2561 -2563) กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 4,345.8 ล้านบาท 2,624.9 ล้านบาท และ 4,205.0 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิในปี 2561 – 2563 อยู่ที่ 556.6 ล้านบาท  297.1 ล้านบาท และ 870.8 ล้านบาท ตามลำดับ

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า จุดเด่นของ ASW คือ การเลือกทำเลที่ดี และมีแบรนด์ที่หลากหลายเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน มีเซ็กเม้นท์ชัดเจน ได้แก่ 1. แอทโมซ “Atmoz” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise  2. โมดิซ “Modiz” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมเน้นการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับความหรูหรา และ 3.เคฟ Kave” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise เน้นทำเลใกล้กับสถานศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำ

นอกจากนี้ ASW มีฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะผ่านวิกฤตต่างๆ ในช่วงปีที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น และมีอัตราการทำกำไรสูง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) 44% และ อัตรากำไรสุทธิ (NPM) สูงถึง 20.6% ประกอบกับผู้บริหารและทีมผู้บริหาร ASW มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการพัฒนาโครงการ มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตได้อีกมาก จึงเชื่อมั่นว่า การเสนอขายหุ้น ASW ในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ  เป็นอีกหนึ่งบริษัทได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี

Back to top button