SAPPE ผนึก “ไทยเฮมพ์ฯ” ร่วมปลูกกัญชงในเชียงราย คลอดผลผลิตล็อตแรก ก.ย.นี้


นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า บริษัทร่วมกับ บริษัท ไทย เฮมพ์ เวลเนส ลงนามความร่วมมือและบันทึกข้อตกลง (MOA) ในโครงการส่งเสริมการปลูกพืชกัญชงเพื่อการผลิตและสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรและกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงราย โดยแนวทางความร่วมมือในครั้งนี้จะสนับสนุนการลงทุนสำหรับต้นกล้ากัญชง ปุ๋ยอินทรีย์ และผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์คุณภาพสูง เพื่อเพิ่มผลผลิต พร้อมจัดทีมนักวิชาการให้คำแนะนำการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย กับเกษตรกร รวมไปถึงรับซื้อผลผลิตสำหรับพื้นที่เพาะปลูก 200 ไร่

ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าศึกษาการทำธุรกิจกัญชา-กัญชงแบบเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยธุรกิจต้นน้ำ บริษัทได้นำความเชี่ยวชาญ จาก ไทย เฮมพ์ เวลเนส ซึ่งประกอบกิจการปลูกกัญชงเพื่อนำมาสกัดโดยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังเป็นองค์กรธุรกิจที่มีความร่วมมือกับมูลนิธิวนเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีนักวิชาการเชี่ยวชาญด้านการวิจัยสายพันธุ์กัญชง

รวมถึงประธานและรองประธานบริษัท ไทย เฮมพ์ เวลเนส เป็นแพทย์เชี่ยวชาญที่เปิดคลินิกรักษาโดยมีบัตรอนุญาตในการใช้สารสกัดจากกัญชง กัญชารักษาผู้ป่วย มีฐานการผลิตอยู่ที่ จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกกัญชง อีกทั้งยังได้รับการรับรองพื้นที่แปลงปลูกด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล  ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นขอใบอนุญาตสกัดสาร CBD จากพืชกัญชง

ส่วนเกษตรกรอยู่ในขั้นตอนการยื่นขออนุญาตปลูกกัญชง คาดว่าจะได้เริ่มทำการเพาะปลูกในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะนำผลผลิตที่ได้ สกัดเป็นสาร CBD และน้ำมันเมล็ดกัญชง (hemp seed oil) คาดว่าจะเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในเดือน ก.ย. และนำสารสกัดดังกล่าวต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในอนาคต อาทิ อาหารและเครื่องดื่มผสมสารสกัดจากกัญชงพร้อมรับประทาน ซึ่งจะดำเนินการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างถูกต้อง ก่อนพัฒนาผลิตออกสู่ตลาด

ทั้งนี้ นายเสฐียรพงษ์ แก้วสด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย เฮมพ์ เวลล์เนส เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลได้เปิดโอกาสให้มีการเพาะปลูกและใช้ประโยชน์จากกัญชงสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (bioeconomy) ประกอบกับกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง เมื่อเทียบกับพืชเชิงเดี่ยวอื่นๆ ที่เกษตรกรปลูกบนพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งการลดสัดส่วนพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเหล่านี้ สามารถทำได้ด้วยการส่งเสริมปลูกกัญชง และพัฒนาพื้นที่ที่เหลือสู่การพื้นฟูให้เป็นสภาพป่าด้วยกระบวนการเกษตร

นอกจากนี้ ไทย เฮมพ์ เวลล์เนส ส่งเสริมการเพาะปลูกกัญชง เพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนเข้าสู่โรงงานสกัด การทำงานได้ร่วมมือกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ในพื้นที่จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนขึ้น เพื่อขอรับอนุญาตในการปลูกกัญชง โดยมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้ความช่วยเหลือในการพิจารณาอนุญาตในการปลูก โดยได้จัดตั้งคณะทำงานที่เป็นนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนความรู้ในเชิงเทคนิค การกำกับดูแลควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด อีกทั้งยังได้ประสานความร่วมมือกับทางมูลนิธิวนเกษตรอินทรีย์ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เข้ามาวางระบบงานส่งเสริมให้ความรู้เกษตรกรเพื่อพัฒนาสู่ความยั่งยืนต่อไป

 

Back to top button