“สธ.” เผยผลตรวจกลุ่มเสี่ยง คลัสเตอร์ปราจีนฯ-นครนายก รอบแรก ยังไม่พบติดเชื้อโควิด


นพ.เฉวตสรร นาทวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงผลการตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสกับคลัสเตอร์ จ.ปราจีนบุรี-นครนายกว่า จากกรณีคู่สามี-ภรรยา ที่ขายอาหารที่โรงงานแห่งหนึ่ง ใน จ.ปราจีนบุรี ติดเชื้อโควิด-19 หลังมีประวัติไปตลาดสี่มุมเมืองนั้น ได้มีรายงานผลการสอบสวนโรคจากผู้สัมผัสในกลุ่มต่างๆ ดังนี้

จ.ปราจีนบุรี

1.ผู้สัมผัสร่วมบ้าน 4 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ รอตรวจครั้งที่ 2

2.พนักงานขายอาหารช่วงกลางวัน 7 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ รอตรวจครั้งที่ 2

3.พนักงานขายอาหารช่วงกลางคืน 3 ราย ผลตรวจพบเชื้อทั้ง 3 ราย

4.คลินิกแห่งหนึ่ง มีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 3 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ

5.การตรวจหาเชิงรุกในโรงงานที่สามี-ภรรยา เปิดร้านขายอาหาร รวม 1,428 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ

จ.นครนายก

1.ศูนย์การแพทย์ มศว.องครักษ์ ตรวจบุคลากรทางการแพทย์ 35 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ รอตรวจครั้งที่ 2 ส่วนผู้ป่วยที่มาเข้ารับการตรวจในเวลาใกล้เคียงกับสามี-ภรรยาคู่นี้ ซึ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 4 ราย และเสี่ยงต่ำ 5 ราย รวมทั้งญาติผู้ป่วยรายอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค

ส่วนความคืบหน้าการรับวัคซีนโควิด-19 ในทั่วโลก ล่าสุด ณ วันที่ 10 มี.ค.64 มีประชาชนได้รับวัคซีนไปแล้ว 319 ล้านโดส จาก 118 ประเทศ คิดเป็นอัตราการฉีดวัคซีน 8.25 ล้านโดสต่อวัน โดยอิสราเอล ถือเป็นประเทศที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนครอบคลุมแล้วมากที่สุดถึง 98.51% รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร ได้รับวัคซีนแล้ว 35.59% และสหรัฐอเมริกา ได้รับวัคซีนแล้ว 28.22%

ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศ จะพบว่า ได้รับวัคซีนไปแล้วรวม 5.56 ล้านโดส ใน 8 ประเทศ (ยกเว้นลาว และบรูไน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มฉีดได้ไม่เกินไตรมาสแรกนี้) โดยประเทศสิงคโปร์ มีประชาชนได้รับวัคซีนครอบคลุมแล้ว 10.45% รองลงมาคื อินโดนีเซีย 1.7% ในขณะที่ประเทศอื่นๆ เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการกระจายวัคซีน จึงทำให้อัตราการได้รับวัคซีนยังอยู่ในระดับไม่ถึง 1% ประกอบด้วย ไทย เมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และมาเลเซีย

ส่วนความคืบหน้าจำนวนผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ยอดสะสมตั้งแต่ 28 ก.พ. – 10 มี.ค.64 มีผู้ได้รับวัคซีนแล้วรวม 36,797 ราย ประกอบด้วย บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข และอสม. 27,984 ราย เจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย 7,718 ราย บุคคลที่มีโรคประจำตัว 680 ราย และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 415 ราย ขณะที่ไม่มีรายงานผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงภายหลังได้รับวัคซีนจนต้องเข้าข่ายการรายงานตามเกณฑ์การสอบสวนโรค

โดยการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้กับกลุ่มเป้าหมายใน 13 จังหวัดช่วงแรกนี้ พบว่าจังหวัดที่ทำได้ครบ 100% ตามเป้าหมายแล้ว คือ สมุทรสงคราม, ราชบุรี, ชลบุรี, ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี ซึ่งคาดว่าการฉีดวัคซีนในเข็มที่ 2 จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ไปแล้ว

Back to top button