การท่าเรือฯ ลุ้นครม.สัปดาห์หน้า เคาะแหลมฉบัง เฟส 3 คาดไม่เกิน 3 เดือน เซ็นสัญญากลุ่ม GPC


นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการแถลงผลการดำเนินการด้านนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประจำปี 2564 ว่า ท่าเรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านโลจิสติกส์และเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาทระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี ซึ่งล่าสุด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ได้เห็นชอบผลการประมูลแล้วอยู่ในขั้นตอนนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเห็นชอบ

ทั้งนี้ กรณีวงเงินผลตอบแทนที่เจรจากับเอกชน แม้จะต่ำกว่ากรอบที่อนุมัติหรือราคากลางไม่เกิน 10% ยังถือว่าอยู่ในกรอบ โดย กทท.ได้เจรจากับเอกชนเพื่อปรับเพิ่มผลตอบแทนขึ้นมา 29,050 ล้านบาท ขณะที่กรอบราคาที่คาดหวังอยู่ที่ 32,225 ล้านบาท หรือประมาณ 9.85% คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ภายในปีนี้ แต่เมื่อใดนั้นขึ้นกับทางสำนักงานนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเสนอ ครม.เมื่อใด

นอกจากนี้ กทท.ยังต้องเร่งรัดการพัฒนาโครงการต่างๆให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนงาน ได้แก่ City Port ,พัฒนาศักยภาพท่าเรือภูมิภาค,ยกระดับการให้บริการ , Smart Community เนื่องจากเกิดโควิด-19 ทำให้ขั้นตอนในการสำรวจ สอบถามความคิดเห็นประชาชน ชุมชนยังไม่แล้วเสร็จ เพราะมีทั้งที่ยอมรับและไม่ยอมรับ ให้ กทท.เร่งอธิบายทำความเข้าใจกับประชาชนคาดว่าภาวะปัจจุบันอาจจะทำให้ขยับแผนออกไปบ้าง

ด้านเรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการ กทท.กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ได้เสนอผลคัดเลือกท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ไปยังเลขาฯครม.แล้ว คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้จากนั้นจะใช้เวลาในการดำเนินการอีกประมาณ 2 เดือนจะสามารถลงนามสัญญากับกลุ่ม GPC ประกอบด้วย บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัลจำกัด (PTT TANK) บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้

ขั้นตอนหลังจากครม.เห็นชอบ คณะกรรมการคัดเลือกฯจะพิจารณาร่างสัญญาร่วมกับเอกชนอีกครั้ง ควบคู่กับการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 5 (ข้อเสนอทางเทคนิคเพิ่มเติม) ซึ่งไม่มีผลต่อการพิจารณาแล้ว จากนั้นส่งร่างสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ และเสนอ กพอ.อนุมัติก่อนลงนามสัญญา โดยหลังลงนามกลุ่ม GPC จะต้องดำเนินการศึกษา EIA ให้แล้วเสร็จใน1 ปี

ทั้งนี้ ผลตอบแทนที่ 29,050 ล้านบาท หากคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV:Net Present Value) ตลอดอายุสัมปทาน 35 ปี จะอยู่ที่กว่า 87,400 ล้านบาท ซึ่งเทียบกับตัวเลขที่ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน (FS) ต่ำกว่าประมาณ 300 ล้านบาท เท่านั้น

Back to top button