เปิดโผ TOP5 หุ้นอสังหาฯ โชว์ “อัตรากำไรขั้นต้น”สูงสุดปี 68

ตลาดอสังหาฯ ปี 2568 แม้ชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการเน้นกำไรและกระแสเงินสด หุ้นเด่น ASW, S, LALIN, SA, SPALI รักษาอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดติด TOP5 สร้างมูลค่าเพิ่มต่อเนื่อง


ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด รวมถึงระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ปรับตัวสูงขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ธุรกิจ จากเดิมที่มุ่งเน้นการขยายยอดขาย มาให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการทำกำไรและบริหารกระแสเงินสดมากขึ้น โดยหลายบริษัทเลือกชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ พร้อมปรับพอร์ตการลงทุนสู่ตลาดระดับบน (Premium Segment) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่า

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังเร่งกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายไปสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เช่น โรงแรม อาคารสำนักงาน หรือบริการที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย เพื่อลดความผันผวนของรายได้จากธุรกิจหลัก

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ผลประกอบการปี 2568 พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้โดดเด่นแม้ภาวะตลาดชะลอตัว โดย 5 อันดับแรก ได้แก่

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ทำอัตรากำไรขั้นต้น 41.63% จากความสำเร็จในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงโครงการคอนโดใกล้สถาบันการศึกษา

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ทำอัตรากำไรขั้นต้น 39.01% จากกลยุทธ์เน้นโครงการระดับ Ultra Luxury ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN ทำอัตรากำไรขั้นต้น 38.31% จากการบริหารต้นทุนก่อสร้างโครงการแนวราบอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ทำอัตรากำไรขั้นต้น 36.74% จากโมเดลธุรกิจ Branded Residence และการเลือกพัฒนาโครงการในทำเลศักยภาพสูง

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ทำอัตรากำไรขั้นต้น 34.29% สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารต้นทุนและประโยชน์จาก Economy of Scale

อย่างไรก็ตาม บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA สามารถติดอันดับ Top 5 ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดในปีนี้ สะท้อนความสำเร็จของยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม

โดยบริษัทเน้นพัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residence พร้อมผสานบริการระดับโรงแรมเข้ากับที่อยู่อาศัย ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการและสร้างความแตกต่างในตลาด ส่งผลให้สามารถรักษาอัตรากำไรได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญความผันผวนก็ตาม

ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในภาวะตลาดที่การแข่งขันรุนแรงและกำลังซื้อชะลอตัว ความสามารถในการบริหารต้นทุน การเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความอยู่รอดของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว

Back to top button