
ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่ง! คุมเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ บล.-สินทรัพย์ดิจิทัล สกัดเสี่ยงฟอกเงิน
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นปรับเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสินทรัพย์ดิจิทัล หวังคัดกรองผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ลดความเสี่ยงฟอกเงินและธุรกิจข้ามกลุ่ม เปิดรับความเห็นถึง 28 พ.ค.69
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้การกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีความชัดเจน ครอบคลุมความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป และยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย
ก.ล.ต. ระบุว่า ปัจจุบันอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะความผิดฐานฟอกเงิน ประกอบกับการขยายตัวของการประกอบธุรกิจข้ามกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ Cross-sector ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจเปิดช่องให้บุคคลที่ไม่เหมาะสมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม
ส่งผลให้การคัดกรองคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. และที่ประชุมคณะกรรมการกำกับตลาดทุนในเดือนเมษายน 2569 มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงลักษณะต้องห้ามของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อให้หลักเกณฑ์มีความชัดเจนและครอบคลุมพัฒนาการของความเสี่ยงในปัจจุบันมากขึ้น
สาระสำคัญของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว เช่น การขยายขอบเขตการพิจารณาการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตลอดจนการพิจารณาความผิดสำคัญภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น
การปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้ จะทำให้หลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามและแนวทางการพิจารณาปัจจัยความร้ายแรงของพฤติกรรมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจทุกประเภทเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดย ก.ล.ต. จะกำหนดบทเฉพาะกาล เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีระยะเวลาเตรียมความพร้อมก่อนหลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นไว้บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ หรือทางอีเมลที่กำหนด ได้จนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2569