จับตา ครม.ถกที่สภา ชง พ.ร.บ.สตาร์ตอัป-สะพานไทยลาว จัดทัพใหญ่ “พาณิชย์”

ครม.ประชุมที่สภาฯ วันนี้ ช่วงถกงบฯ ปี 70 วาระ 2-3 จับตา พ.ร.บ.สตาร์ตอัป สะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง เปิดเสรีบริการการเงินอาเซียน พร้อมชงผลคัดเลือกเอกชนให้บริการภาคพื้นสนามบินสุวรรณภูมิรายที่ 3 ของ AOT และโผใหญ่พาณิชย์ “นันทพงษ์” จ่อขึ้นอธิบดีกรมพัฒน์ฯ “วิทยากร” มีลุ้นขยับรองปลัด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) เวลา 10.00 น. คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีกำหนดประชุมที่อาคารรัฐสภา โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่างประเทศในฐานะผู้แทนพระองค์ เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์

การย้ายสถานที่ประชุม ครม.จากทำเนียบรัฐบาลมายังอาคารรัฐสภาครั้งนี้ เป็นช่วงเดียวกับที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569 ทำให้รัฐมนตรีหลายคนต้องอยู่ที่รัฐสภาเพื่อร่วมประชุมและชี้แจงงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีวงเงินประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งหลังผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาตามขั้นตอน เพื่อให้สามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่

สำหรับวาระด้านเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.วันนี้ อาทิ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป พ.ศ. …. (STARTUP ACT) ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณา หลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการยกร่างกฎหมาย เพื่อวางกรอบส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัปของไทยอย่างเป็นระบบ

ขณะที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอความร่วมมือทางการเงินกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง ซึ่งเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ ครม.พิจารณาการให้สัตยาบันพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบอาเซียน

ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เตรียมเสนอร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 32 ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย หรือ IMT-GT

ส่วนกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอผลการคัดเลือกเอกชน รวมถึงร่างสัญญาร่วมลงทุนและเงื่อนไขสำคัญของโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้ ครม.พิจารณา

ด้านกระทรวงพลังงานมีวาระร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับรัฐสุลต่านโอมาน

นอกจากวาระด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องจับตาวาระแต่งตั้ง โดยคาดว่าจะมีการเสนอชื่อ นายเอกภพ เพียรพิเศษ ให้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ซึ่งลาออกจากตำแหน่ง

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการแต่งตั้งและโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อรองรับตำแหน่งที่จะว่างลงหลังวันที่ 30 กันยายน 2569 ภายหลัง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ส่งผลให้ตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะต้องมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทน

โดยมีกระแสว่า นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) มีแนวโน้มได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ขณะที่ตำแหน่งผู้อำนวยการ สนค.ที่อาจว่างลง มีชื่อ นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ถูกจับตาว่าอาจขยับเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว

ส่วนกรมการค้าภายใน มีกระแสว่า นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน อาจถูกสับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ขณะที่ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าภายใน มาก่อน มีชื่อถูกจับตาว่าอาจกลับมารับตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้ง

และตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีชื่อ นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ อยู่ในกลุ่มรายชื่อที่ถูกจับตาเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาตำแหน่ง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดย นายณัฐพล รังสิตพล จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ท่ามกลางกระแสข่าวการสับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งระดับเทียบเท่า

ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม ครม. โดยยืนยันกระแสข่าวว่า นายณัฐพลจะถูกสับเปลี่ยนไปดำรงตำแหน่งในทำเนียบรัฐบาล

สำหรับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่นั้น นายวราวุธ ระบุว่า เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย จะต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อน และเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กระทรวงจึงจะดำเนินการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่ต่อไป

Back to top button