
ดอลลาร์อ่อนแตะต่ำสุดรอบ 4 เดือน หลังตลาดคาดสหรัฐ-ญี่ปุ่นจับมือพยุงเยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2568 หลังตลาดรับข่าวความเป็นไปได้ที่สหรัฐและญี่ปุ่นอาจร่วมแทรกแซงค่าเงิน หนุนเยนแข็งค่าแรง กดดันให้นักลงทุนเร่งปรับพอร์ตและปิดสถานะขายเยน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักของโลกในวันจันทร์ (26 ม.ค.69) โดยแตะจุดอ่อนที่สุดตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการดำเนินการร่วมกันระหว่างทางการสหรัฐและญี่ปุ่นเพื่อพยุงค่าเงินเยน ส่งผลให้นักลงทุนปรับพอร์ต
จากรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเพื่อหนุนค่าเงินเยน กดดันให้ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลดลง 0.6% ในการซื้อขายวันจันทร์ โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐอยู่ใกล้ระดับ 97 และเคยแตะต่ำสุดที่ 96.85 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบสี่เดือน
ข่าวการแทรกแซงค่าเงินได้รับแรงหนุนจากเหตุการณ์ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อผู้ค้าระบุว่าเฟดนิวยอร์กได้สอบถามอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-เยนจากกลุ่มดีลเลอร์ ซึ่งมักเป็นสัญญาณเบื้องต้นก่อนมีการดำเนินการแทรกแซงในตลาด ส่งผลให้นักลงทุนเร่งปิดสถานะขายเยน และทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นมากกว่า 3% จากจุดต่ำสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
การแข็งค่าของเยนกระตุ้นให้นักลงทุนจับตาความเสี่ยงต่อการแทรกแซงค่าเงินร่วมระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี โดยในวันเดียวกัน ค่าเงินเยนอยู่ที่ 153-154 เยนต่อดอลลาร์ ถือว่าแข็งค่าขึ้นจากระดับราว 159 เยนต่อดอลลาร์เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน
ภาวะในตลาดยังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง จากเหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งการเร่งปิดสถานะขายเยนสร้างแรงกดดันต่อหุ้นทั่วโลก เนื่องจากความผันผวนของค่าเงินเยนมีผลกระทบทางลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐในอดีต
ช่วงต้นเดือนนี้และปลายปีที่แล้ว เงินเยนเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่า รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ จะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แผนการดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 40 ปีของญี่ปุ่นพุ่งทะลุ 4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบหลายสิบปี

