
“ซาอุ” ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนโจมตี ดันราคาน้ำมันพุ่งแรง
ซาอุดีอาระเบีย สั่งปิดโรงกลั่นน้ำมัน “ราส ทานูรา” หลังถูกโดรนโจมตี ยกระดับตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งราว 10% สะท้อนความกังวลอุปทานโลกและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (2 มี.ค.69) ตามเวลาประเทศไทย สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียสั่งปิดโรงกลั่น Ras Tanura หลังถูกโดรนโจมตี โดยแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม ยืนยันว่าเหตุโจมตีนี้เป็นส่วนหนึ่งของรอบการโจมตีที่กรุงเตหะรานเปิดฉากขึ้น เพื่อตอบโต้การโจมตีอิหร่านโดยกองกำลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
โรงกลั่น Ras Tanura ตั้งอยู่บนชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย เป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังผลิตประมาณ 550,000 บาร์เรลต่อวัน (bpd) และยังเป็น ท่าเรือขนส่งส่งออกน้ำมันดิบหลักของซาอุฯ
โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า โดรน 2 ลำถูกยิงสกัดใกล้โรงกลั่น ขณะที่เศษซากทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อย แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บร้ายแรง
การปิดโรงกลั่นเกิดขึ้นในช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบราวหนึ่งในห้าของอุปสงค์โลกลอยผ่าน เผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีเรือหลายลำ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ไล่ขึ้นประมาณ 10% ในวันจันทร์จากแรงกังวลอุปทาน
นักวิเคราะห์จาก Verisk Maplecroft ระบุว่า การโจมตีเป้าพลังงานรายใหญ่ระดับนี้ เป็นการยกระดับความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซียอย่างมีนัยสำคัญ และเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของภูมิภาค