“ศาลการค้าสหรัฐ” ค้านภาษี 10% “ทรัมป์” ชี้เกินขอบเขตกฎหมาย

ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ มีคำตัดสินคัดค้านมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ชี้ไม่สอดคล้องกฎหมายการค้าปี 1974 แต่ยังคงบังคับใช้กับผู้นำเข้าส่วนใหญ่ระหว่างอุทธรณ์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (U.S. Court of International Trade) มีคำตัดสิน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 คัดค้านมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเห็นว่า มาตรการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับอำนาจตามกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ปี 1974

อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งระงับการจัดเก็บภาษีเฉพาะกับธุรกิจขนาดเล็ก 2 ราย และรัฐวอชิงตัน ซึ่งเป็นผู้ยื่นฟ้องคดีดังกล่าว ขณะที่ผู้นำเข้ารายอื่นยังคงต้องเสียภาษีต่อไป ระหว่างที่รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินการอุทธรณ์คำตัดสิน

รายงานระบุว่า คำตัดสินออกมาในสัดส่วน 2 ต่อ 1 โดยผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นว่า การใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมาย Trade Act ปี 1974 ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ขาดดุลการค้าที่รัฐบาลทรัมป์อ้างเป็นเหตุผลในการขึ้นภาษี

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ลงนามคำสั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ซึ่งเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าได้สูงสุด 150 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลบัญชีดุลการชำระเงินอย่างรุนแรง หรือป้องกันการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ใกล้จะเกิดขึ้น

ฝ่ายรัฐบาลทรัมป์ให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาขาดดุลการค้าสินค้ารายปีสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัดราว 4% ของจีดีพี (GDP)

อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์และนักกฎหมายการค้าหลายรายมองว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตดุลการชำระเงิน จึงทำให้มาตรการดังกล่าวมีช่องโหว่ทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ศาลยังปฏิเสธคำร้องจากกลุ่มรัฐ 24 รัฐ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคเดโมแครต ที่ต้องการให้ศาลสั่งระงับมาตรการภาษีกับผู้นำเข้าทุกราย โดยให้เหตุผลว่า รัฐเหล่านั้นไม่มีสถานะทางกฎหมายเพียงพอในการยื่นคำร้องดังกล่าว

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก 2 รายที่เป็นโจทก์ในคดี ได้แก่ บริษัทของเล่น Basic Fun! และผู้นำเข้าเครื่องเทศ Burlap & Barrel ซึ่งให้เหตุผลว่า มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นความพยายามหลีกเลี่ยงคำตัดสินก่อนหน้าของศาลสูงสหรัฐฯ ที่เคยตีตกมาตรการภาษีบางส่วนของรัฐบาลทรัมป์ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA)

ด้านนายเจย์ โฟร์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Basic Fun! ระบุว่า คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็น “ชัยชนะสำคัญ” ของบริษัทอเมริกันที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานระดับโลก พร้อมมองว่า ภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายสร้างภาระต่อการแข่งขันและการเติบโตของภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ รอยเตอร์ส รายงานเพิ่มเติมว่า ทำเนียบขาวยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อคำตัดสินดังกล่าว

Back to top button