
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 314 จุด เซ่นแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิป-เซมิคอนดักเตอร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ ดัชนีหลักทั้ง 3 ปรับตัวลง หลังแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์กดดันตลาด แม้นักลงทุนยังคาดหวังความตึงเครียดตะวันออกกลางคลี่คลาย ขณะราคาน้ำมันแกว่งตัวแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.69) ปิดทำการซื้อขาย ดัชนีหลักทั้งสามร่วงลง หลังนักลงทุนทยอยขายทำกำไรหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แม้ระหว่างการซื้อขายเมื่อคืนนี้ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite จะทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ก็ตาม ท่ามกลางการติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,596.97 จุด ลดลง 313.62 จุด หรือ -0.63% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,337.11 จุด ลดลง 28.01 จุด หรือ -0.38% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,806.20 จุด ลดลง 32.75 จุด หรือ -0.13%
ตลาดถูกกดดันจากแรงขายหุ้น Amazon รวมถึงหุ้นกลุ่มชิปและเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Broadcom และ Micron Technology หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดปรับขึ้นต่อเนื่องจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลัง Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม รวมถึงวางกรอบสำหรับการเจรจานิวเคลียร์เพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ตาม สื่อทางการอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อเสนอของสหรัฐฯ
ด้านราคาน้ำมันดิบผันผวนระหว่างวัน ก่อนฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด หลังมีรายงานว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ เปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ภายใต้ “แผนที่ไม่สมเหตุสมผล”
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนใกล้สุด ปิดลดลง 0.28% ที่ 94.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดลดลง 1.19% ที่ 100.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงหนุนบางส่วนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยหุ้น Fortinet พุ่งขึ้น 20% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดเรียกเก็บเงินทั้งปี ขณะที่หุ้น Peloton ปรับขึ้นเกือบ 9% หลังรายได้ไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
นอกจากนี้ หุ้น IREN ปรับตัวขึ้น 13% หลังประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Nvidia พร้อมได้รับเงินลงทุนมูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาและขยายศูนย์ข้อมูล AI รองรับกำลังไฟฟ้าสูงถึง 5 กิกะวัตต์ สะท้อนกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังร้อนแรงในตลาดสหรัฐฯ

