เลือกเก็บ 18 บจ.ตัวท็อป หุ้นพลังงานถ่วง SET พักฐาน


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน เช้านี้ ณ เวลา 9.20 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34.07 บาทต่อเหรียญ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ เนื่องจากตลาดผิดหวังที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก ตกลงกันที่จะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตออกไปอีกเพียง 9 เดือน และไม่ปรับลดเพดานการผลิตเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ มีแนวโน้มพักฐาน โดยคาดว่าจะมีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงเกือบ 5% การลงทุนยังเน้นเก็งกำไรในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเป็นหลัก หุ้นเด่นเลือก BIG-TKN-BDMS-BCPG-BIG-THANI-EA-BPP-MTLS-TISCO-WORK-GFPT-BLAND-CK-STEC-AH-MONO และ COM7

 

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (26 พ.ค.) คาดว่าจะพักฐาน หลังน่าจะได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ภายหลังจากที่ผลการประชุมโอเปก และนอกโอเปก ออกมามีการขยายระยะเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือน แต่นักลงทุนผิดหวังที่ไม่มีการลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก นอกจากนี้การที่หุ้นไทยปรับขึ้นมา 5 วันติดต่อกันแล้ว ขณะที่วอลุ่มเทรดโดยรวมแผ่วลง ทำให้เห็นว่านักลงทุนอยู่ในโหมดของการระมัดระวังการลงทุน ที่อาจจะมีการพักฐานได้

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ราว 0.1-0.2% โดยให้ติดตามนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจะมีอะไรเพิ่มหรือไม่ และส่วนในประเทศให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะแถลงออกมาในช่วงสิ้นเดือนนี้ด้วย พร้อมให้แนวรับ 1,565-1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,575 จุด

 

บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (26 พ.ค.) SET มีโอกาสลดลงแต่อยู่ในกรอบจำกัด คาดมีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันดิบร่วงแรงกว่า 4.8% ปิดที่ 48.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่กลุ่มโอเปกไม่ลดกำลังการผลิตเพิ่มจะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในวันนี้ อย่างไรก็ตาม มองว่าการลดลงของราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานจะไม่รุนแรงเนื่องจากที่ผ่านมาราคาหุ้นไม่ได้ตอบสนองโดยตรงกับราคาน้ำมันเหมือนในอดีต ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบกว่า 2 ปี จะยังจูงใจให้ Fund Flow จากต่างชาติยังไหลเข้าส่งผลให้ดัชนีน่าจะลดลงในกรอบจำกัด

ยังแนะนำนักลงทุนหาจังหวะขายทำกำไรหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า (BEC, COM7, SUPER) และ Switch ไปยังหุ้นที่ลดลงแรงและราคายังปรับขึ้นไม่มากอาทิ BIG TKN รวมถึงทยอยสะสม BDMS มีโอกาสเกิดเทคนิเคิลรีบาวด์ ส่วนกลยุทธ์การลงทุนโดยรวมยังเน้น Seclective หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ หุ้นที่เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Small Cap รอบใหม่ (BCPG BIG และ THANI), และหุ้นที่คาดว่าจะเข้าคำนวนใน SET50/100 รอบใหม่ที่น่าสนใจ SET50 (EA BPP MTLS TISCO) และ SET 100 (WORK GFPT)

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น : BIG (ซื้อ/เป้าใหม่ 6.50 เดิม 7.00), AH (ซื้อเก็งกำไร/เป้า Consensus 22.50)

 

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (26 พ.ค.) ว่า SET วันศุกร์ไซด์เวย์/พักตัว หลังปรับขึ้นมา 5 วันติดต่อกัน หุ้นน้ำมันจะเป็นตัวกดดัชนี แต่ประเด็นอื่นๆ ยังเป็นบวก (วานนี้ดัชนีบวกต่อไม่แรง ตามคาด) ราคาน้ำมันสหรัฐฯ ลงเกือบ 5% วานนี้ หลังที่ประชุมกลุ่มโอเปกลงมติขยายเวลาลดการผลิตน้ำมันดิบอีก 9 เดือน ไปสิ้นสุด ณ มี.ค. 2561 ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาด (แรงขายในตลาดน้ำมันน่าจะเป็น “Sell on fact” ผนวกกับมีความคาดหวังอยู่บ้างในวันก่อนหน้านี้ ว่าโอเปกจะประกาศลดปริมาณผลิตเพิ่ม)

อย่างไรก็ตาม ภาพฟันด์โฟลว์ช่วงสั้นยังดี หลังค่าเงินบาทพุ่งสู่ระดับแข็งสุดรอบ 22 เดือนเมื่อคืนนี้ที่ 34.12 และเช้านี้ยังแข็งค่าต่อสู่ 34.06 ณ 8.30 น. หลังตลาดการเงินยังเล่นประเด็นว่าเฟดได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการทยอยลดงบดุลของเฟดอย่างช้าๆ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป ส่งผลดีต่อภาพใหญ่ของหุ้นเอเชียและหุ้นไทยด้วย ส่วนในสัปดาห์หน้า จะเป็นสัปดาห์แห่งตัวเลขเศรษฐกิจไทย/โลก ซึ่งนักลงทุนควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไทย เม.ย. (31 พ.ค.) ตัวเลข PMI ของประเทศหลักๆ (1 มิ.ย.) และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ (2 มิ.ย.) ทั้งนี้หากอิงวิเคราะห์พีอีแบนด์ การฟื้นตัวของ SET ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว น่าจะชะลอแถวแบนด์ 16 เท่า หรือแถว 1,590 (คำนวณจาก SET’s EPS กลางปี 2560 ที่ 99.4 จุด)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน AH (เป้า Consensus 20.10 บาท), MONO (เป้า Consensus 4.03 บาท), COM7 (เป้า Consensus 12.90 บาท … สูงสุด 15.00 บาท)

 

บล.แอพเพิล เวลธ์ ระบุในบทวิเคราะห์ (26 พ.ค.) ว่า การ Sell on Fact ในตลาดน้ำมันวานนี้คาดส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าเม็ดเงินจะสลับกลุ่มเข้าซื้อในกลุ่มอื่น จึงไม่น่าส่งผลกระทบลบต่อดัชนี SET มากนัก กลยุทธ์การลงทุน วาง Filter แนวรับที่ 1,560 จุด กรณียืนได้ทิศทางดัชนียังคง Sideway Up โดยมีแนวต้าน 1,575 แนะนำซื้อเก็งกำไร BLAND (+ หากครม.อนุมัติรถไฟฟ้าสายสีชมพูในสัปดาห์หน้า), CK, STEC (+ การประมูลโครงการรถไฟทางคู่ในช่วงครึ่งปีหลัง)

Back to top button