ธปท. ลดเงินนำส่ง FIDF เหลือ 0.32% ตลอดปี 69 ประคองเอสเอ็มอี

ธนาคารแห่งประเทศไทย ลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุน FIDF เหลือร้อยละ 0.32 ต่อปี ตลอดปี 2569 เพื่อช่วยประคองผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศปรับลดอัตราเงินนำส่งจากสถาบันการเงินเข้าบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เหลือร้อยละ 0.32 ต่อปี สำหรับการนำส่งเงินงวดเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 และงวดเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2569 จากเดิมที่กำหนดไว้ร้อยละ 0.46 ต่อปี

ทั้งนี้ ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม–มิถุนายน 2570 เป็นต้นไป จะกลับไปใช้อัตราเงินนำส่งร้อยละ 0.46 ต่อปีตามเดิม

ธปท. ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้กำหนดให้สถาบันการเงินนำส่งเงินเข้ากองทุน FIDF ในอัตราร้อยละ 0.46 ต่อปี อย่างไรก็ดี ได้พิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราเงินนำส่งดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม ภาระหนี้ของกองทุน FIDF รวมถึงความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน ตามความจำเป็นเป็นการเฉพาะ

สำหรับเหตุผลของการปรับลดอัตราเงินนำส่งครั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ทั้งการแข่งขันด้านการค้าและเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศยังขยายตัวในระดับต่ำ ส่งผลให้สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อเอสเอ็มอี (SMEs) ของระบบธนาคารพาณิชย์หดตัวต่อเนื่อง กระทบต่อสภาพคล่องและเพิ่มความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งส่วนใหญ่ยังมีความเปราะบางจากปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งภาครัฐได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) ยังซ้ำเติมปัญหาครัวเรือนและภาคธุรกิจในพื้นที่ ส่งผลให้รัฐบาลและ ธปท. เห็นควรออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาและฟื้นฟูผลกระทบอย่างเร่งด่วน

ธปท. จึงเห็นควรปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุน FIDF เหลือร้อยละ 0.32 ต่อปี เป็นการชั่วคราวในปี 2569 เพื่อสนับสนุนการออกมาตรการช่วยเหลือ โดยมุ่งหวังให้สถาบันการเงินสามารถส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประคองภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมให้เดินหน้าต่อไปได้

Back to top button