“อนุทิน” โต้สื่อนอกเรียกไทย “คนป่วยเอเชีย” ยันรักษาวินัยการคลัง–เครดิตประเทศแกร่ง BBB+

“อนุทิน” ชี้แจงกรณีสื่อต่างประเทศเรียกไทย “คนป่วยแห่งเอเชีย” ระบุเป็นการประเมินจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สะสมในช่วงก่อนหน้า พร้อมย้ำรัฐบาลใหม่เดินหน้ารักษาวินัยการคลัง–เสถียรภาพเศรษฐกิจ ชี้อันดับเครดิตประเทศยังคงระดับ BBB+ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน


ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (12 ก.พ.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสื่อเศรษฐกิจต่างประเทศ Financial Times (FT) วิเคราะห์ประเทศไทยโดยใช้คำว่า The sick man of Asia” หรือ คนป่วยแห่งเอเชีย ว่า เป็นการวิเคราะห์ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อนหน้า

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ได้มีบทความจากสื่อต่างประเทศหลายฉบับสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป โดยรัฐบาลใหม่ได้ดำเนินนโยบายที่มุ่งประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่เอื้อประโยชน์แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และยึดหลักวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่พิสูจน์ให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างชาติได้เห็น คือการดำเนินการของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้นำงบประมาณส่วนที่เหลือไปชำระคืนหนี้ให้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แทนการนำไปใช้ในลักษณะประชานิยม สะท้อนวินัยการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไม่ถูกปรับลด และยังคงอยู่ในระดับ BBB+ แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจในการลงทุนจากต่างประเทศ

สำหรับประเด็นเสถียรภาพทางการเมือง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากผลการเลือกตั้งเบื้องต้น แนวโน้มสะท้อนเสถียรภาพทางการเมืองในระดับหนึ่ง ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้ทวีความรุนแรง แม้จะมีวาทกรรมหรือการโต้เถียงในช่วงหาเสียง แต่ภายหลังการเลือกตั้งทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกระบวนการ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเข้มแข็งของสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่

เมื่อถูกถามถึงบทบาท “ทีมเศรษฐกิจ” ต่อความเชื่อมั่น รวมถึงกรณี “4 แพ็ค” บุคคลภายนอกที่เข้ามาร่วมงานทางเศรษฐกิจ ว่าจะยังคงอยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบร่วมกัน และยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือบุคคลเพิ่มเติมในขณะนี้ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการทางการเมืองเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และไม่มีการแทรกแซง หรือ “ล้วงลูก” ใคร

สำหรับประเด็นกระบวนการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง โดยการพิจารณาว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของ กกต. พร้อมระบุว่า ยังไม่ทราบว่าการพิจารณาจะต้องถึงขั้นศาลหรือไม่ เนื่องจากผ่านช่วงเวลามาระยะหนึ่ง และมีการเคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งไปแล้ว

ทั้งนี้ ตามกรอบกฎหมาย กกต. มีระยะเวลา 60 วันในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยในการเลือกตั้งปี 2562 ใช้เวลาครบ 60 วัน ส่วนปี 2566 ใช้เวลากว่า 30 วัน ขณะที่ขณะนี้เพิ่งผ่านไปเพียง 3 วัน นายอนุทิน เห็นว่า ไม่ควรมีผู้ใดก้าวล่วงการทำหน้าที่ของ กกต. เพราะอาจก่อให้เกิดแรงกดดัน และทำให้ขั้นตอนกระบวนการเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้การประกาศผลอย่างเป็นทางการล่าช้าออกไป

Back to top button