
“วิทัย” เตือนศึกตะวันออกกลาง ฉุด GDP ไทยลด 0.1–0.2% เสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง
ผู้ว่าการ ธปท. ประเมินสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางเบื้องต้นกระทบ GDP ไทยลดลง 0.1-0.2% พร้อมเตือนเสี่ยงเงินเฟ้อสูงขึ้น และพร้อมเรียกประชุม กนง.นัดพิเศษหากจำเป็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 มี.ค.69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. กำลังติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และต้องประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ซึ่งอาจกระทบต่อ GDP ในระดับเล็กน้อย โดยเบื้องต้นประเมินว่า GDP จะลดลงประมาณ 0.1-0.2% ขณะที่ผลกระทบที่สำคัญกว่าคือเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาพลังงานมีสัดส่วนถึง 13% ในการคำนวณดัชนีเงินเฟ้อ ซึ่งขณะนี้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าจะอยู่ที่ 0.2-0.3% ตลอดปี
สำหรับมาตรการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นความโชคดีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่วงหน้าไปแล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้บ้างแล้วจากความเสี่ยงปีก่อนที่มีการสู้รบ 12 วัน อย่างไรก็ดี หากสงครามมีความรุนแรงและยืดเยื้อ ธปท. พร้อมปรับมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หรือหากมีความจำเป็นก็สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดพิเศษได้
ธปท. พร้อมออกมาตรการหากสถานการณ์รุนแรง ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เชื่อว่ามีมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ส่วนโอกาสที่ราคาน้ำมันจะขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเหตุการณ์จะจบลงเร็วแค่ไหน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคของไทย ถือว่ามีความแข็งแกร่ง และมีกันชน (Buffer) รองรับความเสี่ยงจากความผันผวนและการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้ดี ด้วยเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงเมื่อเทียบกับหนี้ต่างประเทศ ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันที่มีอยู่สามารถใช้ได้ประมาณ 60 วัน และยังสามารถหาจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมได้