
“กรมพัฒน์–ธ.ก.ส.” ดัน “ไม้ยืนต้น” เป็นหลักประกัน เติมสภาพคล่องฐานรากทั่วประเทศ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ ธ.ก.ส. ส่งเสริมไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรและผู้ประกอบการฐานรากทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ค.69) นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดกิจกรรมส่งเสริมไม้ยืนต้นหลักประกันทางธุรกิจ ณ จังหวัดอ่างทอง เพื่อเร่งผลักดันไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ หนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการฐานรากทั่วประเทศนำสินทรัพย์ภาคเกษตรปลดล็อกสู่ระบบการเงินอย่างเป็นรูปธรรม
การผลักดันไม้ยืนต้นให้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ เป็นหนึ่งในนโยบายที่ตอบโจทย์เชิงโครงสร้าง โดยเปลี่ยนทรัพย์สินในภาคเกษตร เช่น ไม้เศรษฐกิจและไม้ยืนต้น ให้สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงสินเชื่อ ลดข้อจำกัดด้านหลักประกันแบบดั้งเดิม และเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรในพื้นที่

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริบ้านยางกลาง ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยนำไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ไฮไลท์สำคัญ คือ การสาธิตวิธีการวัดไม้ยืนต้นที่ต้องการนำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ เพื่อประเมินมูลค่าการให้สินเชื่อในเบื้องต้นของสถาบันการเงิน
ต้นไม้ที่เกษตรกรนำมาใช้เป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน เช่น โครงการธนาคารต้นไม้ของ ธ.ก.ส. ได้แก่ มะขาม มะกอกป่า สะเดา ต้นเต็ง รัง ประดู่บ้าน ประดู่ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการประเมินการกักเก็บคาร์บอนเครดิตของต้นไม้ เพื่อให้เกษตรกรทราบคุณสมบัติเด่นของทรัพย์สินอีกด้วย
จังหวัดอ่างทอง เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 430,000 ไร่ หรือมากกว่า 70% ของพื้นที่ทั้งหมด และมีโครงสร้างการผลิตที่พึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะการปลูกข้าวและพืชเศรษฐกิจหลักหลากหลายชนิด การผลักดันให้นำไม้ยืนต้นเป็นหลักประกันจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรที่มีอยู่ เปลี่ยนสินทรัพย์ที่ไม่ก่อรายได้ทันทีให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเงิน สร้างสภาพคล่องและเพิ่มการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย.69) มีผู้นำไม้ยืนต้นมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแล้วกว่า 30 จังหวัด จำนวน 458,799 ต้น วงเงินค้ำประกันรวมกว่า 197 ล้านบาท ครอบคลุม 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้
ต้นไม้ที่นำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ประกอบด้วย ต้นสัก ยาง พะยอม ประดู่ป่า ประดู่บ้าน พะยูง พฤกษ์ มะขาม ไม้สกุลทุเรียน กฤษณา เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์เกษตรกรและผู้ประกอบการฐานรากทั่วประเทศ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและหลักประกันทางธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร.0 2547 4944 e-mail : [email protected] หรือ www.dbd.go.th

