SGC ล็อกโฟน..เปลื้องกำไร.!

ถ้าพูดถึงอาณาจักรเจมาร์ท มีหลากธุรกิจหลายบริษัทด้วยกัน ไล่มาตั้งแต่ตัวแม่ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เป็นผู้จำหน่ายทั้งค้าปลีกและค้าส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่


ถ้าพูดถึงอาณาจักรเจมาร์ท มีหลากธุรกิจหลายบริษัทด้วยกัน ไล่มาตั้งแต่ตัวแม่ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เป็นผู้จำหน่ายทั้งค้าปลีกและค้าส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ และสินค้าที่เกี่ยวข้อง ตามด้วยบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ทำธุรกิจติดตามทวงหนี้ 

ขณะที่บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเพื่อการพาณิชย์ หลากหลายผลิตภัณฑ์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ซิงเกอร์” เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านต่าง ๆ อาทิ ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นต้น ผ่านร้านค้าปลีกของตัวเองและตัวแทนจำหน่าย โดยมีรูปแบบการขายทั้งแบบเงินสดและการขายแบบเช่าซื้อ

ส่วนบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เป็นผู้ให้บริการปล่อยสินเชื่อ 3 ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (สินเชื่อ Lock Phone) สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินเชื่อสวัสดิการพนักงาน ด้านบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J เป็นผู้พัฒนาและบริหารพื้นที่เช่า โดยเน้นบริหารศูนย์การค้าชุมชน ธุรกิจพื้นที่เช่าไอที และกำลังรุกเข้าสู่ธุรกิจเวลเนส 

เดิมทีเจมาร์ทมีลูกเทพอย่าง JMT ช่วยปั๊มกำไรเป็นกอบเป็นกำมาโดยตลอด จนกระทั่ง 2-3 ปีให้หลังมานี้ ผลงานเริ่มดรอปลง  ส่วน SINGER ก่อนหน้านี้ก็จมปลักอยู่กับการแก้ปัญหาชีวิตตัวเอง ถึงขั้นในปี 2566 พลิกไปขาดทุนบักโกรก 3,209.60 ล้านบาท เพิ่งจะเริ่มลืมตาอ้าปากได้ไม่กี่ปีมานี้

ในขณะที่ SGC พักหลัง ๆ มา เริ่มเปล่งออร่ามากขึ้นเรื่อย ๆ พิสูจน์ทราบได้จากงบปี 2568 ที่ฟาดกำไรสุทธิไป 350.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 90.49 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่ 2,836.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 1,864.59 ล้านบาท

ตอกย้ำด้วยงบไตรมาสแรกปีนี้ ที่โชว์กำไรสุทธิโตระเบิดเถิดเทิงมาอยู่ที่ 176.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131.95 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 298.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 44.26 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 770.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 639.50 ล้านบาท

คงไม่ต้องบอกนะว่า พระเอกที่ดันกำไรของ SGC เป็นตัวไหน ก็หนีไม่พ้นสินเชื่อ Lock Phone แหละ…ซึ่งในไตรมาสนี้มีรายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 556.95 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 74.55% ของรายได้ดอกเบี้ยรับรวม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 85.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ขณะที่ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมียอดให้สินเชื่อใหม่รวมอยู่ที่ 3,018 ล้านบาท เติบโต 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้สินเชื่อ Lock Phone จำนวน 2,941 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของยอดให้สินเชื่อใหม่ เพิ่มขึ้น 73%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดย SGC ให้สินเชื่อครอบคลุมสินค้าสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน 8 แบรนด์หลัก ได้แก่ Oppo, Vivo, Xiaomi, Realme, Infinix, Honor, Nubia และ Tecno มีร้านค้าที่เข้าร่วมกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ Lock Phone จำนวน 7,478 ล้านบาท หรือคิดเป็น 54% ของพอร์ตสินเชื่อรวม   

เท่ากับว่า “ล็อกโฟน” มาช่วยเปลื้องกำไรให้กับ SGC นะเนี่ย…

แน่นอนว่า เมื่อ SGC ทำผลงานได้โดดเด่นขนาดนี้ ย่อมส่งผลให้งบของ SINGER ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 78.17% เติบโตไปด้วย โดยในไตรมาส 1/2569 พลิกมีกำไรสุทธิ 142.94 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 946,000 บาท 

ส่วน JMART รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 ที่ 162.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 140.33 ล้านบาท มีแค่ J เท่านั้นที่ยังขาดทุนสุทธิ 62.23 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 30.66 ล้านบาท

วานนี้ (15 พ.ค. 2569) เลยเห็นกลุ่มเจมาร์ทดี๊ด๊ากันยกแผง โดย SGC ราคาปรับขึ้นไป 21.28% ปิดตลาดที่ 1.14 บาท SINGER ราคาปรับขึ้นไป 16.81% ปิดตลาดที่ 6.60 บาท JMART ราคาปรับขึ้นไป 21.92% ปิดตลาดที่ 8.90 บาท ส่วน JMT ราคาปรับขึ้นไป 11.11% ปิดตลาดที่ 10.50 บาท และ J ราคาปรับขึ้นไป 6.90% ปิดตลาดที่ 0.62 บาท 

การที่ SGC ออกสตาร์ทโค้งแรกได้เริ่ดขนาดนี้ โค้งต่อ ๆ ไป ถ้าไม่สะดุดยอดหญ้าไปเสียก่อนก็คงทำผลงานได้เริ่ดเช่นกันละมั้ง..?? 

แหม๊…ดูท่า SGC จะขึ้นหม้อกลายเป็นลูกเทพคนใหม่ของเจมาร์ทไปแล้วนะเนี่ย..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button