
“ไทย-เวียดนาม” ผนึก JCR ขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดันการค้า 5 หมื่นล้านเหรียญ
นายกฯ หารือประธานาธิบดีเวียดนาม เดินหน้าความร่วมมือผ่านคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม (JCR) ผลักดันการค้า การลงทุน และความมั่นคง ตั้งเป้ามูลค่าการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนต่อยอดสู่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 มิ.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายโต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนาม ณ กรุงฮานอย โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันเดินหน้าความร่วมมือภายใต้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-เวียดนาม

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเวียดนามเสนอให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศพบปะหารือกันอย่างใกล้ชิดผ่านกลไกความร่วมมือต่าง ๆ โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-เวียดนาม (JCR) เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ Three Connects และเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกัน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนขยายสู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต
ด้านนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยพร้อมสนับสนุนยุทธศาสตร์ Three Connects โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะบรรลุ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีนี้ และมีโอกาสขยายเป็น 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้
ทั้งสองฝ่ายยังหารือความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเวียดนามเสนอพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างกองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานทางทะเล รวมถึงการพิจารณาจัดทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขณะที่ไทยเสนอจัดตั้งกลไก 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรียังสะท้อนข้อห่วงกังวลของนักลงทุนไทยในเวียดนาม โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ การบังคับใช้กฎหมาย และกรณีบางบริษัทรอการชำระเงินตามสัญญา ขณะที่ฝ่ายเวียดนามยืนยันให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทยและพร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Shaping our Future Together: Peace, Prosperity, People-Centered” กล่าวย้ำว่า อาเซียนมีศักยภาพเป็นภูมิภาคเสถียรและดึงดูดการลงทุนสูง แม้โลกเผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้า เทคโนโลยี และผลกระทบจากสภาพอากาศ

รวมถึงย้ำความสำคัญของ Resilience ในการสร้างความมั่งคั่ง และสนับสนุนการบูรณาการทางเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงทั้งทางกายภาพและดิจิทัล พร้อมยินดีที่อาเซียนจะลงนามความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ภายในปีนี้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัล
ทั้งนี้ ไทยยังผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ เป็นเส้นทางทางเลือกเสริมความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานของภูมิภาค
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่าความสำเร็จของอาเซียนต้องวัดจาก ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ เช่น คุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายจากเทคโนโลยีและ AI พร้อมสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา ทักษะ ระบบสาธารณสุข และการคุ้มครองทางสังคม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์พลัส หารือเอกชนในเวียดนาม ดันหุ้นส่วนเศรษฐกิจ 2 ประเทศ

