EXIM BANK หนุนความร่วมมือไทย–เวียดนาม ดันการค้าแตะ 5 หมื่นล้านเหรียญปี 2573

EXIM BANK ร่วมคณะรัฐบาลไทยในเวที Thailand-Vietnam Investment and Business Networking 2026 สนับสนุนความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจไทย-เวียดนาม พร้อมหนุนเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศสู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมคณะรัฐบาลไทยเข้าร่วมงาน Thailand-Vietnam Investment and Business Networking 2026 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม

เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการยกระดับมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายน 2569

ภายในงานมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต

ทั้งนี้ การหารือมุ่งเน้นการส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและเวียดนาม รวมถึงการสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต อาทิ พลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว เทคโนโลยี AI และเซมิคอนดักเตอร์ ความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง พร้อมสนับสนุนการขยายการลงทุนของภาคเอกชนไทยสู่เวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพการเติบโตของภูมิภาคอาเซียน รวมถึงส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าระหว่างไทยและเวียดนาม ผ่านบริการสินเชื่อ การประกันการส่งออก การสนับสนุนการลงทุนข้ามพรมแดน และโซลูชันทางการเงินระหว่างประเทศ

นายชลัช กล่าวว่า EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางการเงินเชิงยุทธศาสตร์ สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจ การลงทุน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในสาขาที่เป็น New Growth Engine ของทั้งสองประเทศ ภายใต้บทบาทสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา (Development Finance Institution: DFI) ของไทย เพื่อสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของรัฐบาล และสร้างโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การเข้าร่วมงานดังกล่าวยังสะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างประเทศของรัฐบาล และการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจไทยและเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว

Back to top button