
บอร์ดนบข. ไฟเขียว 5 มาตรการดูแลข้าวปี 69/70 วงเงิน 5.95 หมื่นล้านบาท
นายกฯ มอบ “ศุภจี” นั่งหัวโต๊ะบอร์ดนบข. เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2569/70 และมาตรการปรับโครงสร้างการผลิต ภายใต้แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” รวม 5 โครงการ วงเงินรวม 59,467.58 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มิ.ย. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือสถานการณ์ข้าวและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการตลาดข้าว โดยนางศุภจีระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลต่อห่วงโซ่การผลิต ต้นทุนพลังงาน การขนส่ง รวมถึงความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร จึงจำเป็นต้องทบทวนมาตรการที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ทั้งนี้ ได้เน้นการดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการราคาให้อยู่ในระดับเหมาะสม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และโลจิสติกส์ รวมถึงการสร้างเสถียรภาพของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ภายใต้กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) จำนวน 5 โครงการ เป้าหมาย 11.50 ล้านตัน วงเงินรวม 59,467.58 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อ 49,275 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 10,192.58 ล้านบาท
ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 41,483.33 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อ 34,275 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 7,208.33 ล้านบาท
โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 15,656.25 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท
โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงิน 564 ล้านบาท
โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงิน 1,680 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570 หรือโครงการข้าวประณีต ระยะที่ 2 วงเงิน 84 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้กรมการค้าภายในในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดทำรายละเอียดโครงการและเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอขอความเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการขยายกรอบวงเงินโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 จากเดิม 37,906.20 ล้านบาท เป็น 39,753.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,846.96 ล้านบาท เพื่อรองรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เพิ่มขึ้นอีก 233,729 ครัวเรือน โดยใช้เงินสำรองจ่ายของ ธ.ก.ส.
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี 2569 โดยภาครัฐและ ธ.ก.ส. ร่วมอุดหนุนค่าเบี้ยประกันให้เกษตรกรในพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ และมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนนำเสนอ นบข. พิจารณาอีกครั้ง
สำหรับสถานการณ์การส่งออกข้าวไทย ที่ประชุมรับทราบว่า การส่งออกยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกข้าวไทยไปยังอิรักชะงักตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อภาวะภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้หลายประเทศเพิ่มการสำรองข้าว โดยเฉพาะมาเลเซียและฟิลิปปินส์ที่มีความต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น รวมถึงประเทศในภูมิภาคแอฟริกา เช่น แอฟริกาใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และโมซัมบิก จึงคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลัง การส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
นางศุภจี กล่าวย้ำว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ลดต้นทุนการผลิต และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมมอบหมายให้กรมการข้าวเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังเน้นให้การปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปสู่พืชเศรษฐกิจอื่นเป็นไปตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ สอดคล้องกับการใช้น้ำ ความต้องการของตลาด และความสมัครใจของเกษตรกร ขณะที่พื้นที่ที่ยังปลูกข้าวต้องส่งเสริมการใช้พันธุ์ที่เหมาะสม มีมูลค่าเพิ่ม และมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการการทำงานร่วมกัน รวมถึงเร่งพัฒนาระบบไซโลและพื้นที่จัดเก็บเมล็ดพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์และสร้างความมั่นคงด้านเมล็ดพันธุ์ในระยะยาว

