
ไทยเนื้อหอม! “อนุทิน-เอกนิติ” ปิดดีลเฉิงตู 4 ยักษ์จีนหอบเงิน 7 หมื่นล้าน ยึดฐาน EV-AI
“เอกนิติ” เผยผลนายกฯ “อนุทิน” นำทีมไทยโรดโชว์เฉิงตู เจรจา 4 ยักษ์จีน EV-AI คาดดึงเม็ดเงินลงทุนกว่า 70,000 ล้านบาท ปักฐานผลิตอุตสาหกรรมอนาคตในไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ก.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จจากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมประเทศไทยเดินสายโรดโชว์ดึงดูดการลงทุน ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเปิดโต๊ะเจรจาเจาะลึกแบบตัวต่อตัว (one-on-one) กับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ทั้งนี้ คาดว่าจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิม 50,000 ล้านบาท และเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท
“ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีก เร่งให้กลุ่มทุนต้องย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังอาเซียน โดยมีไทยเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ปรากฏการณ์นี้ถือเป็น “คลื่นการลงทุนลูกใหม่” ที่สามารถเทียบชั้นได้กับยุคทศวรรษ 1980 ซึ่งกลุ่มทุนญี่ปุ่นแห่เข้ามาตั้งฐานผลิตในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด จนเกิดเป็นยุคโชติช่วงชัชวาล แต่ในรอบนี้คือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อัจฉริยะ สอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ประเมินว่าประเทศไทยกำลังผงาดเป็นดาวรุ่งด้านเทคโนโลยีระดับโลก” นายเอกนิติกล่าว
สำหรับความคืบหน้าการเจรจากับ 4 บิ๊กคอร์ปจีน แม้รายละเอียดเม็ดเงินในเชิงลึกยังเป็นความลับทางธุรกิจ แต่มีภาพรวมยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน นำโดยบริษัท ChangAn Automobile ค่ายรถ EV ระดับท็อปเทียร์ของจีน ที่ฟันธงเลือกไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศ โดยตั้งโรงงานที่จังหวัดระยอง เพื่อเป็นฮับส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) พร้อมเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 200,000 คันต่อปี และดึงผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนได้แล้วถึง 40 แห่ง
ขณะที่กลุ่มนวัตกรรมประมวลผลข้อมูล AI อย่างบริษัท InnoLight Technology ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของโลกด้านอุปกรณ์ส่งข้อมูลทางแสง เตรียมขยายฐานผลิตในไทย สร้างการจ้างงานกว่า 20,000 อัตรา พร้อมผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ร่วมวิจัยและพัฒนากับวิศวกรไทยกว่า 1,500 คน
นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลกในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างบริษัท Eoptolink Technology ได้เดินหน้าเปิดโรงงานแห่งแรกที่จังหวัดระยอง และกำลังลุยขยายโรงงานแห่งที่ 2 อย่างต่อเนื่อง
รวมถึงบริษัท Xiaomi Corporation บิ๊กเทคฯ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนอันดับ 3 ในไทย ซึ่งรัฐบาลได้เจรจาดึงดูดให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) โดยชูจุดแข็งด้านความพร้อมของซัพพลายเชนกลุ่มสมาร์ตอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“อนุทิน” โรดโชว์ 4 บริษัทจีน ดึงลงทุน EV–AI ขยายฐานผลิตในไทย

