
“พาณิชย์” ดัน 12 แฟรนไชส์ไทยบุกมาเลเซีย ลุยปิดดีลงาน FEM2026 คาดเงินสะพัด 4.1 พันล้านบาท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำ 12 แบรนด์แฟรนไชส์ไทยโชว์ศักยภาพตลาดมาเลเซีย หวังขยายสาขาต่างประเทศ สร้างโอกาสทางการค้าในอาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำธุรกิจแฟรนไชส์ไทยจำนวน 12 แบรนด์เข้าร่วมงาน “Franchise Expo Malaysia 2026 (FEM2026)” งานนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 กรกฎาคม 2569 ณ KL Convention Center กรุงกัวลาลัมเปอร์
โดยมีธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมมากกว่า 200 แบรนด์จาก 10 ประเทศ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 18,000 ราย สร้างรายได้สะพัดกว่า 4,100 ล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่อยู่ในการส่งเสริมสนับสนุนของกรมฯ ซึ่งมีศักยภาพและความพร้อมในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม “Thai Franchise Towards Global” ที่กรมฯ จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้แฟรนไชส์ไทยในการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านกิจกรรม Bootcamp ติวเข้มองค์ความรู้ทั้งด้านกฎหมาย ข้อบังคับ ตลอดจนเทคนิคการเติบโตในตลาดมาเลเซียอย่างเป็นระบบ รวมถึงศิลปะการเจรจาธุรกิจเพื่อมัดใจนักลงทุนในมาเลเซีย
ทั้งนี้ กรมฯ ได้คัดเลือกจาก 100 ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยผ่านเข้ารอบ Bootcamp จำนวน 25 ธุรกิจ และแข่งขัน Pitching จนได้ธุรกิจที่มีความพร้อมในการโกอินเตอร์จำนวน 12 ธุรกิจ เพื่อเข้าร่วมงาน FEM2026 ในปีนี้
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวต่อว่า การเปิดตลาดมาเลเซียในครั้งนี้ กรมฯ ได้ขยายโอกาสให้ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยจัดคูหาในรูปแบบไทยแลนด์พาวิลเลียน พร้อมเตรียมดีลพิเศษเพื่อดึงดูดนักลงทุนในมาเลเซีย รวมถึงสนับสนุนล่ามเพื่อเป็นพี่เลี้ยงช่วยเจรจาธุรกิจให้กับแฟรนไชส์ไทย
สำหรับ 12 ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมงานฯ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 7 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจที่ชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย เช่น มุมกะเพรา (แฟรนไชส์อาหารจานด่วนสไตล์ไทย) และเฮง ปัง ปั๊ว (หวานเย็นชื่อดังจากเยาวราช) ตลอดจนแบรนด์ที่สอดคล้องกับกระแสการบริโภคในปัจจุบัน เช่น ล่าเมียว (หมาล่าสัญชาติไทย) Toro Fries (เฟรนช์ฟรายส์แท่งยาวราดซอส) รวมถึงเครื่องดื่มนวัตกรรมใหม่ ได้แก่ Colla Tea (ชานมไข่มุกผสมคอลลาเจน) Pash Juices (น้ำผลไม้สกัดเย็น) และ Boocha (น้ำผลไม้ปั่นใส่บุกสูตรพิเศษ)
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจประเภทการศึกษา 4 ธุรกิจ ได้แก่ ClickRobot สถาบันเสริมสร้างทักษะ AI & Robotics, Math Talent by Dr.Ying สถาบันสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และโคดิ้ง, Sense Math สถาบันสอนคณิตศาสตร์ และ English Corner สถาบันสอนภาษาอังกฤษ และธุรกิจประเภทความงามและสปา 1 ธุรกิจ คือ Ojisan Relaxing Station แฟรนไชส์สปาและนวดเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การรักสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
“การเปิดตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในครั้งนี้ จะเป็นการขยายสาขาใหม่ในต่างประเทศให้กับแฟรนไชส์ไทย รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ทางการค้า ชูศักยภาพธุรกิจไทยสู่สายตานานาชาติ และนำรายได้กลับคืนสู่ประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าว

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ โดยมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพ พร้อมยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน รวมถึงมอบรางวัลให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ต้นแบบ ตลอดจนขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา กรมฯ ได้เริ่มดำเนินโครงการไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส สนับสนุนเงินทุนร่วมจ่ายค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดถึง 10,000 บาท
สำหรับผู้สนใจเริ่มต้นลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.thซึ่งมีแบรนด์แฟรนไชส์ขนาดเล็ก มูลค่าการลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท ให้เลือกลงทุน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 5953 และ Call Center 1570
