
“พาณิชย์” อัปเกรด e-Accountant+ อุ้มนักบัญชีเกือบ 9 หมื่นคน ป้อนนิติบุคคลล้านราย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับระบบ e-Accountant+ รองรับผู้ทำบัญชีกว่า 89,130 คน หลังฐานผู้ทำบัญชีปี 68 แตะ 82,780 คน สอดคล้องนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการเกือบ 1 ล้านราย พร้อมเร่งพัฒนานักบัญชีรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคธุรกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ส.ค.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถิติผู้ทำบัญชีประจำปี 2568 ว่า มีผู้ทำบัญชีทั้งสิ้น 82,780 คน เพิ่มขึ้น 4,152 คน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2568 มีจำนวน 967,210 ราย สะท้อนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของทั้งผู้ทำบัญชีและภาคธุรกิจในทิศทางเดียวกัน
สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ทำบัญชีมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 30,290 คน รองลงมาคือ นนทบุรี 5,453 คน สมุทรปราการ 5,054 คน ชลบุรี 3,371 คน และปทุมธานี 3,322 คน รวมคิดเป็นกว่า 57.37% ของผู้ทำบัญชีทั่วประเทศ
เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ใน 5 จังหวัดดังกล่าว พบว่า มีนิติบุคคลรวม 561,315 ราย หรือคิดเป็นกว่า 58.03% ของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด โดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 12 นิติบุคคลต่อผู้ทำบัญชี 1 คน ซึ่งกรมฯ ระบุว่าจำนวนผู้ทำบัญชียังมีเพียงพอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในปี 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาระบบงานผู้ทำบัญชี e-Accountant+ ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับผู้ทำบัญชีกว่า 89,130 คน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกรมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูลและสามารถตรวจสอบได้
ขณะเดียวกัน ธุรกิจสามารถใช้ระบบดังกล่าวค้นหาผู้ทำบัญชีเพื่อจัดทำบัญชี ตรวจสอบสถานะของผู้ทำบัญชี รวมถึงตรวจสอบการแจ้งรับทำบัญชีของผู้ทำบัญชีด้วยตนเองได้
“ผู้ทำบัญชีมีบทบาทสำคัญต่อภาคธุรกิจ นอกจากต้องมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านบัญชีแล้ว ยังจำเป็นต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ รวมถึงก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านบัญชี และสนับสนุนข้อมูลให้ผู้บริหารใช้ประกอบการตัดสินใจ วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจ” นายพูนพงษ์ กล่าว
ที่ผ่านมา กรมฯ ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน รวมถึงข้อบกพร่องในการจัดทำบัญชี เพื่อกำกับให้ภาคธุรกิจปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจัดอบรมให้แก่ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้สนใจทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 5,000 คน
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ผู้ทำบัญชีปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพนิสิตและนักศึกษาในสถาบันการศึกษาทุกภูมิภาค ผ่านโครงการ Young & Smart Accountants เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ทำบัญชีที่มีคุณภาพในอนาคต โดยจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ e-Learning และเปิดหลักสูตรเพิ่มเติมผ่านระบบ Zoom
หลักสูตรที่จัดขึ้นครอบคลุมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับงานบัญชี อาทิ หลักสูตร Transformative Accounting รวมถึงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล ขณะที่ปีนี้ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับบริบทการทำงานของนักบัญชียุคดิจิทัลมากขึ้น
ทั้งนี้ กรมฯ ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ผ่านการรับรองจากกรมทั่วประเทศ จำนวน 195 สำนักงาน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ให้แก่นักศึกษา พร้อมเชิญชวนสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อเตรียมบุคลากรเข้าสู่สายงานบัญชีและวิชาชีพบัญชีอย่างมีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้
นายพูนพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ทำบัญชีและสำนักงานบัญชีต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ดี พร้อมสนับสนุนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยภาคธุรกิจตัดสินใจและสร้างความเข้มแข็ง โดยต้องไม่แนะนำหรือส่งเสริมให้ธุรกิจกระทำผิดกฎหมาย เช่น การถือหุ้นแทนคนต่างชาติ หรือการเปิดบัญชีม้าในรูปแบบนิติบุคคลโดยเด็ดขาด
