
ศาล รธน. ชี้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรการ Civil Penalty ใช้ต่อได้
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์วินิจฉัย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 137/14 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 วินิจฉัยมาตรา 47 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้บทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Penalty) ยังคงใช้บังคับได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ก.ย.69) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 137/14 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสาม และมาตรา 29 วรรคหนึ่ง
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 มาตรา 47 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสาม และมาตรา 29 วรรคหนึ่ง
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดจากศาลแพ่งส่งคำโต้แย้งของจำเลยที่ 4 ที่ 7 ที่ 15 ที่ 28 และที่ 35 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ 7081/2562 ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559 มาตรา 44 และมาตรา 47 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสาม และมาตรา 29 วรรคหนึ่งหรือไม่
สำหรับบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรา 137/14 กำหนดให้การดำเนินการทางศาลตามหมวดนี้ ให้ยื่นต่อศาลแพ่ง และให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับแก่การพิจารณา การพิพากษา และการบังคับคดีโดยอนุโลม
ขณะที่มาตรา 47 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559 กำหนดให้นำบทบัญญัติในหมวด 12/1 ว่าด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับแก่การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ พ.ศ.2535 ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่กฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับ และยังมิได้มีการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน
ทั้งนี้ มาตรการบังคับที่จะนำมาใช้กับผู้กระทำความผิดจะกำหนดได้ไม่เกินอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด
สำหรับองค์คณะตุลาการที่มีความเห็นเสียงข้างมาก จำนวน 7 คน ได้แก่ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสราวุธ ทรงศิวิไล
ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 1 คน คือ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นว่า พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559 มาตรา 47 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสาม

