
โบรกชี้ TISCO-KTB-SAT รับอานิสงส์ “รถเก่าแลกใหม่” ดันยอดขาย-สินเชื่อโต
กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอขอเงินกู้ 1.2 หมื่นล้านบาท เดินหน้า 2 โครงการใหญ่ "รถเก่าแลกกระบะใหม่" และ "อุดหนุนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศ" หวังกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้าน บล.ดาโอ มองเป็นบวก ชี้ช่วยหนุนยอดขายรถและสินเชื่อเช่าซื้อฟื้นตัว ประเมินกลุ่มธนาคารและชิ้นส่วนยานยนต์รับอานิสงส์เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกรมสรรพสามิตเตรียมเสนอขอเงินกู้จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อดำเนิน 2 โครงการหลัก ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมพิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ โดยแบ่งเป็นโครงการดังนี้ 1.โครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่: ใช้งบประมาณ 6 พันล้านบาท เพื่อรองรับการเปลี่ยนรถใหม่ราว 150,000 คัน โดยให้เงินอุดหนุนประมาณ 40,000 บาทต่อคัน โครงการนี้สนับสนุนการเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถกระบะไฟฟ้า (EV) หรือรถกระบะน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยมีเงื่อนไขว่าต้องนำรถเก่าไปกำจัดซาก ซึ่งไทยมีความพร้อมรองรับได้หลักหมื่นคันต่อปี
และ 2.โครงการอุดหนุนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: ใช้งบประมาณ 6 พันล้านบาท เพื่ออุดหนุนผู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่ 10,000-20,000 บาทต่อคัน โดยไม่ต้องนำรถเก่ามาแลก เป้าหมายครอบคลุม 400,000 คัน ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นรุ่นที่ผลิตภายในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อปกป้องและส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ
โดยการดำเนินการดังกล่าวจะบูรณาการร่วมกับผู้ผลิตและโชว์รูมในการจัดแคมเปญส่วนลด และประสานสถาบันการเงินของรัฐเพื่อสนับสนุนสินเชื่อในเงื่อนไขที่เหมาะสม
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DAOLSEC ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด เนื่องจากมีการเพิ่มวงเงินเป็น 1.2 หมื่นล้านบาทจากเดิม 6 พันล้านบาท โดยมองว่าการบังคับกำจัดซากรถเก่าจะช่วยลดอุปทานรถมือสองและทำให้ราคาทรงตัวได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของยอดขายรถกระบะและสินเชื่อเช่าซื้อในระยะสั้น
ขณะที่กลุ่มธนาคารที่จะได้รับประโยชน์จากสินเชื่อเช่าซื้อเรียงตามสัดส่วนจากมากไปน้อย ได้แก่ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ประมาณ 44%, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ประมาณ 40%, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ประมาณ 27%, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ประมาณ 24% และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ประมาณ 4% นอกจากนี้ TISCO และ TTB ยังมีสัดส่วนสินเชื่อมอเตอร์ไซค์อีก 4% และ 1% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “มากกว่าตลาด” โดยเลือก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ราคาเป้าหมาย 270.00 บาท เป็นหุ้น Top pick รวมทั้งคาดว่า TISCO, KKP และ TTB จะได้รับเซนติเมนต์เชิงบวกต่อราคาหุ้นจากประเด็นนี้
สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ หากโครงการดำเนินการได้ตามเป้าหมาย 150,000 คัน จะเป็นปัจจัยบวกต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนในปี 2570 โดยประเมินยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 ที่ 1.45 ล้านคัน และปี 2570 จะเพิ่มเป็น 1.50 ล้านคัน (ยังไม่รวมผลจากมาตรการนี้) หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์คือ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT และ บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มยานยนต์ “น้อยกว่าตลาด” (Underweight) โดยแนะนำ “ถือ” หุ้น SAT ที่ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท เนื่องจากยังต้องติดตามรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ และความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภคที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องหนี้ครัวเรือน

