
GFC วาง 3 ยุทธศาสตร์ปี 69 รุกต่างชาติ-ผนึกพันธมิตร-ต่อยอดธุรกิจใหม่ หนุนเติบโตยั่งยืน
GFC วางโรดแมพปี 2569 เดินหน้าขยายฐานลูกค้าในประเทศจีน ตะวันออกกลาง และยุโรป พร้อมรุกตลาด สปป.ลาว เสริมทัพทีมการตลาด ลุยโรดโชว์ต่างประเทศ และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล-เว็บไซต์ ควบคู่ประกาศความร่วมมือโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตรทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง พร้อมศึกษาธุรกิจเฮลท์แคร์ใหม่ หนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
เภสัชกรนที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC ผู้เชี่ยวชาญการด้านเวชศาสตร์ การเจริญพันธุ์ สำหรับผู้มีบุตรยาก เปิดเผยถึง แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 1.) มุ่งขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ 2.) ร่วมมือกับโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตรทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่
3.) มองหาธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกื้อหนุนธุรกิจหลักของบริษัทให้เติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจาก บริษัทมั่นใจว่า ธุรกิจบริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยากยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่ากลุ่มคนรุ่น ใหม่อาจเลื่อนช่วงอายุการวางแผนสำหรับการมีบุตรออกไป
โดยในส่วนของการขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศนั้น ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมในโครงสร้างทุก ๆ ด้านมากขึ้น ด้วยการเสริมทัพทีมงานการตลาดด้านต่างประเทศ รวมทั้งมีเอเจนซีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ด้าน ในกลุ่มผู้มีปัญหามีบุตรยากมาเป็นตัวแทน ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารผ่าน เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งในรูปแบบของดิจิทัล คอนเทนท์ และเว็บไซต์เพื่อให้ลูกค้าต่างประเทศเข้าถึงข้อมูลบริษัท ได้ง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น พร้อมทั้งมีการโรดโชว์เพื่อเข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศโดยตรง
“ปีที่ผ่านมา ลูกค้าต่างประเทศโตแบบออร์แกนิค เข้ามาใช้บริการกับเรารวมประมาณ 133 คู่ หรือ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 17% ของพอร์ตรวมของเรา แต่ในปีนี้เรามีความพร้อมในการขยายตลาดต่างประเทศ มากขึ้น ทำให้เชื่อมั่นว่าลูกค้าต่างชาติจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากฐานปี 2568 ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักเป็น ลูกค้าทั้งจากประเทศจีน ยุโรป และตะวันออกกลาง ขณะที่ลูกค้าจาก สปป.ลาว จะรุกผ่านคลินิกพันธมิตรของสาขา GFC อุบล ซึ่งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี” ภก.นที กล่าว
อย่างไรก็ตามการที่ประเทศไทยเป็น Medical Tourism สนับสนุนรายได้เข้าสู่ประเทศสอดคล้องกับ แผนธุรกิจของ GFC ที่จะเดินเกมรุกทำตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นซึ่งถือเป็นหัวใจ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในการรักษาและขยายฐานกลุ่มลูกค้าในสภาวะตลาดปัจจุบัน
นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าร่วมมือกับสถานพยาบาลทั้งโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตรเครือข่าย ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ โดยปีนี้มีแผนที่จะร่วมมือไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง และยังมีแผนร่วมมือกับ โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยเอกชน เปิดหลักสูตรและบริการรักษาสำหรับผู้มีบุตรยากด้วยวิธี IUI (Intrauterine Insemination) ควบคู่ไปกับการสร้างการรับรู้ในผู้หญิงกลุ่ม Gen Z ให้เข้าใจถึงความสำคัญของ ไข่ของตัวเอง และความสมบูรณ์ของการฝากไข่ในแต่ละช่วงอายุ
“การฝากไข่เป็นเทรนด์ของผู้หญิงยุคใหม่ และเราได้สร้างการรับรู้ในกลุ่ม Gen Z ให้รู้ว่าไข่เป็นสินทรัพย์ ของผู้หญิง มีมูลค่าที่ประเมินไม่ได้ เพราะสามารถเป็นหลักประกันการตัดสินใจ เพิ่มโอกาสของการมีลูกใน อนาคต ปัจจุบัน GFC มีธนาคารรับฝากไข่ไว้รองรับ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับ บริษัทในอนาคต” ภก. นที กล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GFC กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน GFC ให้บริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยาก ครบทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สำนักงาน GFC พระราม 9 GFC พระราม 3 และ GFC อุบล จังหวัดอุบลราชธานี ที่ให้บริการครอบคลุมจังหวัดใกล้เคียงทางภาคอีสานใต้ และ สปป.ลาว
โดยทุกสาขาให้บริการสำหรับผู้มี บุตรยากได้ครอบคลุมครบทุกมิติ เพื่อให้สามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ด้วยคติพจน์ของบริษัทที่ว่า “ใส่ใจในความสำเร็จ เคียงข้างทุกก้าวของการมีบุตร”
นอกจากนี้ GFC ยังมีแผนขยายงานไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดจากธุรกิจหลัก โดยได้มีการ ศึกษาในธุรกิจเฮลท์แคร์ และ Anti-aging เพื่อให้สอดคล้องไปกับสังคมที่สูงวัย ที่ใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพ มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ GFC ได้เปิดให้บริการ โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึกสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ
“แม้ว่าแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจจะเติบโตจะชะลอตัวลง แต่เรายังมั่นใจว่าแนวโน้มการมาใช้บริการ สำหรับ ผู้มีปัญหาการมีบุตรยากจะยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี และมั่นใจว่าในปี 2569 จะเป็นอีกปีที่เรายังเติบโต ต่อเนื่องทั้งการเติบโตจากภายในประเทศและการขยายตลาดในต่างประเทศ รวมถึงการมุ่งไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ควบ คู่กับการร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตรเครือข่าย” ภก.นที กล่าว
