GFC เดินเกมรุกปี 69 ดันลูกค้าต่างชาติแตะ 25% ลุย JV-M&A ปั้น New S-Curve

GFC โชว์ฐานะการเงินแกร่ง เงินสดกว่า 125 ล้านบาท หนี้ต่อทุนต่ำ 0.12 เท่า เดินหน้า 4 กลยุทธ์ปี 69 เร่งขยายฐานลูกค้าต่างชาติสู่ 25% พร้อมลุยพันธมิตรโรงพยาบาล และศึกษา JV-M&A ปั้น New S-Curve สร้างการเติบโตใหม่ระยะยาว


ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC ผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์สำหรับผู้มีบุตรยาก เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทรวมบริษัทย่อยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการให้บริการ 67.21 ล้านบาท ลดลง 25.71% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 4.36 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6.94 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ที่อ่อนตัวลง เป็นผลกระทบระยะสั้น โดยกลุ่มบริษัทยังคงรักษาฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 125.40 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.12 เท่า และปลอดภาระจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมทั้งมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 3.14 เท่า

“โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง เป็นรากฐานสำคัญที่เปิดโอกาสให้กลุ่มบริษัทสามารถเดินหน้าตามแผนยุทธ ศาสตร์การลงทุนและการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรองรับโอกาสในการพิจารณาการร่วมทุนและการควบรวมกิจการ ตามแผน การสร้างคลื่นการเติบโตใหม่ หรือ New S-Curve”ภก.นทีกล่าว

ภก.นทีกล่าวอีกว่า ฝ่ายบริหารตระหนักถึงความจำเป็นในการเร่งฟื้นฟูการให้บริการ โดยได้ดำเนินกิจกรรมเชิงรุกตาม 4 ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปี 2569 ประกอบด้วย 1.การเพิ่มอัตราการใช้ศักยภาพของ สาขา พระราม 9 ให้มากขึ้น โดยเร่งสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเชิงรุก การทำ เอสอีโอ ผ่านการ AI Search Visibility report การทำโปรโมชั่น ฝากไข่ และโปรโมตในกลุ่มคุณผู้หญิง Gen Z ผ่าน Beauty Influencer Miss Grand การเพิ่มการตรวจทางสูตินรีเวชและ Woman Health อื่นๆ และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงมาเสริมอัตราความสำเร็จในการรักษา

2.การขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ โดยได้ลงนามตัวแทนเพิ่ม 3 ราย รวมเป็น 9 ราย (จีน 6 ราย, เมียนมา 1 ราย, บังคลาเทศ 1 ราย, กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง 1 ราย) พร้อมแผนจัดงานโรดโชว์ด้านสุขภาพ ณ เมืองเซินเจิ้น และการจัดกิจกรรมการตลาดเชิงรุกในย่านที่มีชาวต่างชาติพำนักจำนวนมาก เพื่อเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติจาก 15 %เป็น 25%

3.การสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตรกว่า 10 แห่ง ที่ได้มีการลงนามความร่วมมือแล้ว เช่น โรงพยาบาล บีเอ็นเอช, โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี, โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา และ โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี เป็นต้น ผ่านโปรแกรมการส่งต่อผู้รับบริการและความร่วมมือด้านบริการห้องปฏิบัติการ รวมถึงการแชร์บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมกัน

4.การสร้างคลื่นการเติบโตใหม่ (New S-Curve Activation) โดย แผนการศึกษาเปิด ศูนย์ ICSI กับโรงพยาบาลเอกชนหนึ่งแห่ง การพิจารณาความร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐ และการสร้างรายได้ใหม่จากร่วมทุนหรือ JV กับธุรกิจศูนย์สุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนบริษัท

“บริษัท ยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายการเป็น องค์กรชั้นนำด้านการรักษาผู้มีบุตรยากในภูมิภาคอาเซียน ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ พร้อมรักษาวินัยทางการเงินและการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามมาตรฐาน ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย”ภก.นทีกล่าว

Back to top button