MASTEC ส่งซิกปี 69 โตแกร่ง! ตั้งเป้ายอดขายทะลุ 1 พันลบ. พ่วงตุนแบ็กล็อก 450 ล้านบาท

MASTEC ส่งสัญญาณผลงานปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง คาดว่ายอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท พร้อมตุนแบ็กล็อก 450 ล้านบาท หนุนการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ชูดีมานด์งานดาต้าเซ็นเตอร์และนวัตกรรมอนุรักษ์พลังงานยังเร่งตัว พร้อมดันมาร์จิ้นปรับดีขึ้น


นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTEC เปิดเผยว่า แนวโน้มผลงานปี 2569 เติบโตต่อโดดเด่น โดยคาดว่ายอดขายจะทะลุ 1,000 ล้านบาท จากมูลค่างานคงค้างในมือ (แบ็กล็อก) มากกว่า 450 ล้านบาท และมีลุ้นคว้างานใหม่เพิ่มต่อเนื่อง

โดย MASTEC ได้งานโครงการระบบภายในอาคารของดาต้าเซ็นเตอร์แล้วและคาดว่าจะได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) อยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับงานด้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยโดดเด่นในกลุ่มงานเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานซึ่งเป็นกลุ่มมาร์จิ้นสูง และเติบโตตามแผนงานเชิงกลยุทธ์รวมทั้งรับรู้รายได้ในระยะสั้น

MASTEC ในปี 2569 มีแผนเติบโตจาก 3 กลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาลและกลุ่มผลิตภัณฑ์การป้องกันอัคคีภัยและผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย ยังคงสัดส่วนรายได้หลัก ขณะที่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเติบโตโดดเด่น ซึ่งช่วยขยายฐานรายได้ รวมทั้งมาร์จิ้น

ทั้งนี้ปัจจัยสนับสนุนหลักในปี 2569 ประกอบด้วย การเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center ประเทศไทยได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการ Cloud และ AI Infrastructure ระดับโลก ทำให้มีโครงการ Data Center เข้ามาลงทุนใหม่เพิ่มขึ้นในไทย และมีความต้องการระบบ Critical Infrastructure เช่น ระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศ, ระบบดับเพลิง, ระบบไฟฟ้าสำรอง และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสูง ซึ่ง MASTEC คาดจะได้งานโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มงานนี้

ขณะเดียวกัน MASTEC มีโอกาสได้งานจากความต้องการด้านกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) ปัจจุบันผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ และระบบประหยัดพลังงานแบบ Non-Chemical Water Treatment ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชันที่ MASTEC มีฐานลูกค้าและโอกาสขยายตัวสูงในปีนี้และเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง

นอกจากนี้นโยบายสนับสนุนโซลาร์ภาคประชาชนและพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล ส่งผลดีต่อ MASTEC ในการขยายงาน เพิ่มรายได้และผลกำไรในเซ็กเมนต์นี้ และเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ซึ่งแผนพัฒนาพลังงานของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับโซลาร์รูฟท็อป พลังงานสะอาดหมุนเวียน และระบบจัดการพลังงานในบ้านเรือนนอกเหนือจากกลุ่มอาคารและโรงงาน ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้นำไปใช้เองก่อนจึงช่วยลดค่าไฟรายเดือน ไฟฟ้าส่วนเกินสามารถขายคืนให้ภาครัฐได้จึงมีรายได้เสริม ส่งผลให้อุปกรณ์วิศวกรรมประกอบระบบโซลาร์ รวมถึงงานติดตั้งและระบบควบคุมพลังงานมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากจากกลุ่มลูกค้า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อ MASTEC

ทั้งนี้ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อไตรมาส 4/2568 ยังเดินหน้าตามแผนการใช้เงินระดมทุนสำหรับการขยายธุรกิจด้านวิศวกรรมอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม รองรับการต่อยอด Synergy Products ของกลุ่มระบบป้องกันอัคคีภัย รวมทั้งการขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน

พร้อมกันนี้บริษัทฯ ตัดสินใจและอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเข้าร่วมโครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวและและเป็นอีกหนึ่งสัญญาประชาคมหลักที่ MASTEC ให้ไว้ต่อนักลงทุน

Back to top button