TITLE หุ้นอสังหาฯภูเก็ต ก้าวสู่ SET ด้วยกำไรโต 548% และ Backlog หมื่นล้าน

จาก "เพชรเม็ดงามภูเก็ต" สู่ "หุ้นเติบโตอย่างมั่นคง" ในกระดาน SET เจาะลึกก้าวย่างสำคัญของ TITLE ที่นักลงทุนห้ามกะพริบตา


ในจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยกำลังมองหา “หุ้นเติบโต” (Growth Stock) ที่มีพื้นฐานแกร่งและจับต้องได้จริง สายตาของนักลงทุนสถาบันและรายย่อยเริ่มจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “TITLE” ผู้นำเบอร์หนึ่งแห่งวงการอสังหาฯ ภูเก็ต ที่วันนี้ประกาศความพร้อมย้ายบ้านใหม่จากตลาดหลักทรัพย์ mai ก้าวเข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อย่างเต็มภาคภูมิ

การขยับไซส์จากลีกเล็กสู่ลีกใหญ่ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่คือการประกาศศักดาว่า TITLE ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่การเป็นองค์กรที่มีมาตรฐานระดับมหาชนชั้นนำ พร้อมด้วยตัวเลขผลประกอบการที่ “ก้าวกระโดด” จนต้องขยายความให้เห็นภาพชัดเจน

  • ปรากฏการณ์กำไรโต 548% ตัวเลขที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนต้องหันขวับมามอง TITLE คือผลการดำเนินงานของปี 2568 ที่ทำรายได้รวมไปถึง 2,983 ล้านบาท เติบโต 132% แต่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ กำไรสุทธิที่พุ่งทะยานแตะ 591 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นถึง 548% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่สูงถึง 54% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่หาได้ยากในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจ “Leisure Residence” หรือคอนโดมิเนียมเพื่อการพักผ่อนที่ TITLE เชี่ยวชาญ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นสินทรัพย์ที่ตลาดโลกต้องการ โดยเฉพาะในภูเก็ตที่เป็น World Class Destination

  • Synergy ที่ลงตัว: เมื่อ AssetWise ผนึกกำลัง Local Expert

เบื้องหลังความสำเร็จแบบก้าวกระโดดนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2023 เมื่อบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ผู้พัฒนาอสังหาฯ แถวหน้าของไทย ตัดสินใจเข้าถือหุ้นใหญ่และทำ M&A ร่วมกับ TITLE

นี่ไม่ใช่การเทคโอเวอร์เพื่อเปลี่ยนเจ้าของ แต่เป็นการ “ติดปีก” ให้เสือ กล่าวคือ AssetWise นำความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ระบบการบริหารจัดการ และเครือข่ายระดับมหาชน มาผสานเข้ากับ “Local Expertise” ของ TITLE ที่มีที่ดิน (Land Bank) ในมือ มีเครือข่ายเอเยนต์ทั่วโลก และเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าภูเก็ตอย่างลึกซึ้ง ผลลัพธ์คือการระเบิดฟอร์มเปิดโครงการใหม่รวมมูลค่ากว่า 54,950 ล้านบาท (ภายในช่วงปี 2023-2026)

  • Backlog หมื่นล้าน: ความมั่นคงที่มองเห็นได้ถึงปี 2571

ปัญหาคลาสสิกของหุ้นอสังหาฯ คือความผันผวนของรายได้ แต่สำหรับ TITLE เรื่องนี้ถูกปลดล็อกด้วยยอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ามหาศาลกว่า 18,058 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่จะทยอยรับรู้ยาวไปจนถึงปี 2571

นั่นหมายความว่า รายได้ของ TITLE ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า มีความชัดเจน (Revenue Visibility) สูงมาก ไม่ใช่การขายฝัน แต่เป็นยอดขายที่เกิดขึ้นจริงแล้ว โดยเฉพาะจากโครงการระดับมาสเตอร์พีซอย่าง The Title Heritage Bang-Tao และ The Modeva ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี

  • ทำไมต้องย้ายเข้า SET? และทำไมต้องตอนนี้?

คำถามที่นักลงทุนอาจสงสัยคือ อยู่ mai ก็โตได้ ทำไมต้องเข้า SET? คำตอบคือ ขนาดและศักยภาพที่ล้นกระดานเดิม” หากอธิบายให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ตลาด mai เปรียบเสมือนโรงเรียนขนาดย่อมทางธุรกิจที่บ่มเพาะ TITLE ตั้งแต่ปี 2017 สร้างวินัยและวางรากฐาน แต่วันนี้ ด้วยมูลค่าโครงการในมือระดับหมื่นล้าน และแผนการขยายธุรกิจที่รุกหนักทั้งที่อยู่อาศัยและโรงแรม ทำให้ TITLE มีคุณสมบัติครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งด้านทุนจดทะเบียน ผลกำไร และมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ (CG) ที่พร้อมสำหรับการเป็นหุ้น Blue Chip ในอนาคต

การย้ายเข้า SET จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดในการลงทุนของกองทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มสภาพคล่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในระดับสากล นี่คือก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนสถานะจาก “หุ้นภูเก็ต” ให้กลายเป็น “หุ้นอสังหาฯ ระดับประเทศ”

  • Roadmap 2026: บุกหนักหาดใหม่ ขยายอาณาจักร Recurring Income

ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จปัจจุบัน เพราะในปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,100 ล้านบาท โดยขยายทำเลจากหาดราไวย์และในยาง ไปสู่ทำเลทองใหม่ ๆ อย่าง “หาดสุรินทร์” และ “เกาะแก้ว” รวมถึงโครงการลักชัวรีพูลวิลล่าอย่าง Casa de Monte

นอกจากนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากการขายเพียงอย่างเดียว TITLE กำลังรุกเข้าสู่ธุรกิจ Hospitality อย่างเต็มตัว เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ทั้งโรงแรม voco Phuket Bangtao และ Hotel Indigo Nai Yang รวมถึงบีชคลับ The Salute และคอมมูนิตี้มอลล์ Mingle Mall ที่จะเข้ามาเติมเต็ม Ecosystem ของการอยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

  • ก้าวใหม่บนเส้นทางตลาดทุน

การย้ายจาก mai สู่ SET ของ TITLE ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่พิธีการตามแนวทางตลาดหลักทรัพย์ แต่เป็นสัญญาณ (Signal) ที่ส่งตรงถึงนักลงทุนว่า นี่คือช่วงเวลา “Gearing Up” หรือการเร่งเครื่องครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท

ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง ความเป็นเจ้าตลาดภูเก็ต (TITLE) + ความเป็นมืออาชีพจากส่วนกลาง (AssetWise) + Backlog ที่แข็งแกร่ง + และเวทีใหม่ใน SET ทำให้ TITLE เป็นหุ้นที่ควรจับตาสำหรับนักลงทุนที่มองหาบริษัทที่มีทิศทางการเติบโตชัดเจน และมีพื้นฐานรองรับที่แข็งแกร่งอย่างเป็นรูปธรรม

วันนี้ TITLE ไม่ใช่แค่แบรนด์ที่คนภูเก็ตรู้จักอีกต่อไป แต่กำลังจะเป็น “TITLE” บทใหม่ที่นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยห้ามกระพริบตา

Back to top button