
SPREME ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 25% ลุยประมูลงานใหม่ 3 พันลบ. เร่งเดินหน้าธุรกิจเช่าระบบ
SPREME กางแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20-25% ทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เข้าตลาด SET เดินหน้ารุกธุรกิจให้เช่าระบบไอทีครบวงจร รับนโยบายภาครัฐ กลยุทธ์เพิ่ม Recurring Income หนุนเช่าใช้แทนซื้อขาด พร้อมมีแผนจะเข้าประมูลงานใหม่รวมมูลค่าราว 3,000 ล้านบาทและเตรียมจ่ายปันผลหุ้นละ 0.12 บาท ขึ้น XD วันที่ 28 เม.ย.69 กำหนด 20 พ.ค.69
นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SPREME ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ในฐานะผู้ออกแบบ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร (System Integrator)
รวมถึงให้บริการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20-25% ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New high) นับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2567
โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจให้เช่าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร (SI) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐด้านการเช่าใช้แทนการซื้อขาด เนื่องจากมีความคุ้มค่าและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งสินค้าไอทีมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ SPREME มีการจัดสรรงบประมาณชัดเจน ดังนั้น จึงไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และคาดว่าในปีนี้รายได้จากธุรกิจให้เช่าจะเติบโต 60-70%
“SPREME เป็นบริษัทแรก ๆ ที่ได้รับงานประมูลโครงการเช่าจากหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งสนับสนุนกลยุทธ์การเพิ่ม Recurring Income เพื่อการเติบโตมั่นคง เพราะรายได้จากธุรกิจนี้จะทยอยรับรู้ยาวต่อเนื่อง 5 ปี ซึ่งรูปแบบงานที่สำคัญ คือ เราเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับภาครัฐ ที่มีการจัดสรรงบประมาณชัดเจน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับผลกระทบหากเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น และในปีนี้เรามีแผนจะเข้าประมูลงานใหม่รวมมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท”
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มี Backlog รอส่งมอบและรับรู้รายได้อยู่ทั้งสิ้น 3,991.04 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยส่งมอบและรอรับรู้รายได้ภายในปี 2569 ประมาณ 971.78 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570-2574 ซึ่ง Backlog ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ (Mega project) ที่อยู่ระหว่างทำสัญญาและส่งมอบอุปกรณ์
อนึ่ง ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,567.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 697.70 ล้านบาท หรือ 80.22% มีกำไรสุทธิ 160.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.86 ล้านบาท หรือ 17.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 19.29% ทั้งนี้ ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 28 เมษายน 2569 กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 เพื่อขอมติอนุมัติเรื่องดังกล่าวในวันที่ 22 เมษายน 2569

