NT ผนึก “กรมราชทัณฑ์” วางรากฐานใหม่ ดัน AI ยกระดับเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ

NT ลงนามความร่วมมือกรมราชทัณฑ์ นำเทคโนโลยีดิจิทัล เครือข่าย AI คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ยกระดับระบบงานราชทัณฑ์ ครอบคลุมเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยข้อมูลและประโยชน์สาธารณะ


บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ เดินหน้านำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาระบบงานราชทัณฑ์ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการ การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ และการขับเคลื่อนภารกิจด้านการควบคุม ดูแล ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค.69) พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT และพันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมลงนามความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานราชทัณฑ์ โดยมีพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน ณ ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 1 อาคาร 9 NT สำนักงานแจ้งวัฒนะ

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการศึกษา ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีเครือข่าย ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนงานด้านการควบคุมดูแลและบริหารจัดการผู้ต้องขัง งานด้านทัณฑ์ปฏิบัติ การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง และการคืนคนดีสู่สังคม ตลอดจนการบริหารจัดการองค์กร เรือนจำ และทัณฑสถาน ให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์อย่างเป็นระบบ พร้อมนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับระบบและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการต้นแบบในอนาคต โดยคำนึงถึงข้อกฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ การบูรณาการเทคโนโลยีภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการเรือนจำทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพใน 3 มิติยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัย หรือ Security การส่งเสริมสุขภาพ หรือ Healthcare และการพัฒนาพฤตินิสัย หรือ Rehabilitation เพื่อวางรากฐานไปสู่การจัดทำสถาปัตยกรรมอ้างอิงระดับชาติ หรือ National Reference Architecture ซึ่งสามารถขยายผลไปยังเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานสำคัญในกระบวนการยุติธรรม มีภารกิจด้านการควบคุม ดูแล แก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมในการคืนคนดีสู่สังคม โดยภารกิจของกรมราชทัณฑ์ไม่ใช่เพียงการดูแลความมั่นคงปลอดภัยในเรือนจำและทัณฑสถานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาคน การสร้างโอกาส และการลดการกระทำผิดซ้ำในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม งานราชทัณฑ์ในปัจจุบันมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านจำนวนผู้ต้องขัง ความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย การดูแลสุขภาพ การบริหารข้อมูล และความคาดหวังของสังคมต่อระบบราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์จึงเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้

ขณะที่พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ NT พร้อมนำความเชี่ยวชาญขององค์กร ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ระบบเครือข่ายดิจิทัล ระบบสื่อสารที่มั่นคงปลอดภัย คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และ AI เข้ามาศึกษา ออกแบบ และพัฒนาแนวทางด้านเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของเรือนจำและทัณฑสถาน

ทั้งนี้ NT พร้อมสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ในด้านต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความต่อเนื่องของบริการ ความคุ้มค่า และประโยชน์สาธารณะในระยะยาว โดยความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนามเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการบูรณาการศักยภาพของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมต่อการขับเคลื่อนภารกิจภาครัฐ สู่การเป็นสังคมดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพในอนาคต

Back to top button