NT ผนึก “กทท.-ศุลกากร” ดันระบบ e-D/O ยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่ Paperless Trade

กทท. จับมือกรมศุลกากร และ NT จัด Workshop สาธิตระบบใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-D/O ผ่านแพลตฟอร์ม Thai NSW เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการโลจิสติกส์ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้ มุ่งลดเอกสาร เพิ่มความรวดเร็ว และยกระดับการนำเข้าสินค้าสู่ระบบ Paperless Trade


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 การท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมศุลกากร และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จัดกิจกรรม Workshop “สาธิตการใช้บริการใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์” หรือ Electronic Delivery Order (e-D/O) ผ่านแพลตฟอร์มกลาง Thailand National Single Window (Thai NSW) เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบโลจิสติกส์ไร้กระดาษ หรือ Paperless Trade พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าของประเทศ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 19 อาคารที่ทำการการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยมี ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รักษาการผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนิติ วิทยาเต็ม รองอธิบดีกรมศุลกากร และนายวงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานดิจิทัล NT รวมถึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ผู้แทนสายเรือ ตัวแทนออกของ Freight Forwarder และผู้รับสินค้า เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทดสอบระบบเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานจริง

สำหรับ NT ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มกลาง Thai NSW สำหรับผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก ได้พัฒนาบริการระบบใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-D/O เพื่อยกระดับกระบวนการนำเข้าสินค้าในท่าเรือให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล โดยดำเนินงานร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ในการเชื่อมต่อระบบงานภายในของท่าเรือกรุงเทพให้รองรับบริการ NSW e-D/O บนแพลตฟอร์มกลาง Thai NSW ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศุลกากร และความร่วมมือจากภาคเอกชนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบและมีความพร้อมให้บริการแก่ผู้ประกอบการแล้ว โดยระบบ e-D/O ถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานโลจิสติกส์ของไทยสู่ระบบไร้กระดาษอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างท่าเรือและสายเรือในกระบวนการปล่อยสินค้า ช่วยลดความจำเป็นในการเดินเอกสารระหว่างสายเรือกับท่าเรือ ส่งผลให้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าสามารถรับสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะที่การนำร่องเชื่อมโยงระบบ e-D/O ของท่าเรือกรุงเทพ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านกระบวนการโลจิสติกส์สู่ยุคดิจิทัล โดยช่วยลดการพึ่งพาเอกสารกระดาษ และลดขั้นตอนการส่งมอบสินค้าแบบเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดความล่าช้าและต้นทุนแฝงในระบบโลจิสติกส์

การจัด Workshop สาธิตระบบบริการ e-D/O ผ่านแพลตฟอร์มกลาง Thai NSW ในครั้งนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง Thai NSW ตามเป้าหมายของกรมศุลกากร ในการขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมธุรกรรมระหว่างภาคธุรกิจ หรือ B2B เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการด้านนำเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการค้าในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมุ่งเน้นการซักซ้อมแนวทางการใช้งานระบบจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการ NSW e-D/O ได้อย่างมั่นใจ ทั้งด้านความถูกต้อง ความปลอดภัยของข้อมูล และความคล่องตัวในการดำเนินงาน พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทั้งสายเรือ ตัวแทนออกของ และเจ้าของสินค้า เพื่อให้ระบบสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดหวังให้การใช้งานระบบ NSW e-D/O ในท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งเป็นท่าเรือนำร่องแห่งแรก ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Paperless Trade อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมภาพรวมของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการภายในปีนี้

Back to top button