
AIRA ผนึก TSE สัมมนาใหญ่ ชี้ช่องลงทุนหุ้นญี่ปุ่นชูธีม AI-เซมิคอนดักเตอร์
บล.ไอร่า (AIRA) จับมือ Tokyo Stock Exchange (TSE) จัดงานสัมมนาใหญ่เจาะลึกตลาดหุ้นญี่ปุ่น เผยทิศทางตลาดยังเติบโตแข็งแกร่งรับอานิสงส์เทรนด์ AI และเซมิคอนดักเตอร์ ชูจุดเด่นการปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กรที่ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก พร้อมแนะนักลงทุนไทยใช้กลยุทธ์ DCA เน้นคัดกรองหุ้นพื้นฐานดี
บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดงานสัมมนาพิเศษ “Decode Japan’s Investment Landscape” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่ม AIRA และ Tokyo Stock Exchange (TSE) โดยงานดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างคับคั่งจากกลุ่มนักลงทุนระดับ High Net Worth และผู้ที่สนใจด้านการลงทุน ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอมุมมองและทิศทางของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน
ภายในงาน Mr. Masanori Yoshida, Senior Executive Officer and Global Chief จาก Japan Exchange Group ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทิศทางกลยุทธ์ ได้นำเสนอความคืบหน้าด้านการปฏิรูปธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น ผ่านนโยบายการปรับเพิ่มการจ่ายเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ตลอดจนการควบรวมกิจการ (M&A) ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้าน Mr. Naohide Une, Senior Partner and Founder of investment Lab ได้บรรยายโดยทบทวนมุมมองที่เคยประเมินไว้บนเวทีเดียวกันเมื่อปีก่อน โดยระบุว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นสามารถเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่เหนือความคาดหมายคือกระแส AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งช่วยยกระดับตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วภูมิภาคเอเชียได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 13.4 ต่อปี ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้นำเสนอกรอบการลงทุนในธีม AI แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง 2. กลุ่มผู้ใช้งาน AI จริง และ 3. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI เพื่อทดแทนแรงงาน โดยชี้ให้เห็นว่าโอกาสการลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหุ้นขนาดใหญ่ (Blue-chip) แต่ยังครอบคลุมไปถึงหุ้นขนาดกลางและเล็กที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบอัตโนมัติ (Automation)
ขณะที่ Mr. Hirofumi Hayashi, Global BD Senior Investment Director จาก Sumi Trust ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับสถาบัน ได้เสริมมุมมองว่า ปัจจุบันกองทุนประเภท Active Fund ทั่วโลกยังคงมีสถานะการลงทุนในญี่ปุ่นต่ำกว่าน้ำหนักเกณฑ์มาตรฐาน (Underweight) อยู่มาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังมีแรงซื้อรอคอยอยู่อีกมหาศาลในอนาคต พร้อมยกตัวอย่างกรณีของ Warren Buffett ที่ทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มบริษัทการค้าของญี่ปุ่น ว่าเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพของกระแสเงินสดและธรรมาภิบาลที่พัฒนาดีขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงการเสวนา (Panel Session) วิทยากรทั้งสามท่านยังมีความเห็นพ้องต้องกันว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วงที่ผ่านมานั้นมีปัจจัยพื้นฐานรองรับอย่างมั่นคง ทั้งจากการปฏิรูปโครงสร้างธรรมาภิบาลและกำไรของบริษัทที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นที่น่าจับตามองคือ บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจำนวนมากได้ยกระดับเป็นผู้เล่นระดับโลก ด้วยการขยายฐานรายได้เข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก การอ่อนค่าของเงินเยน และรอบการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านกำไรต่อหุ้นและอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ญี่ปุ่นอาจไม่มีผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบชิปกราฟิกหรือโรงหล่อชิป แต่ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตชิป วัสดุอุตสาหกรรม อุปกรณ์ทดสอบโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงระบบอัตโนมัติเชิงกายภาพ (Physical Automation)
นายไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIRA เปิดเผยว่า การรวมตัวของ 3 มุมมองที่แตกต่างกันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทยในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติงานจริง ทั้งในมุมมองของผู้กำกับดูแลตลาด ภาคเอกชน และสถาบันการเงินระดับสากล ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับแนวคิดเชิงลึกแบบครบมิติ และเป็นรากฐานสำคัญในการวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์การลงทุนในตลาดทุนญี่ปุ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยสรุป มี 3 ประการหลักที่นักลงทุนไทยควรนำไปพิจารณา ได้แก่
- ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงมีลักษณะการเติบโตแบบ “Slow but Steady” หรือเติบโตอย่างมั่นคงบนพื้นฐานกำไรที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรระยะสั้น
- นักลงทุนไม่จำเป็นต้องรีบเข้าซื้อเต็มจำนวนในคราวเดียว แต่ควรใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม (Dollar-Cost Averaging หรือ DCA) เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านจังหวะเวลาการลงทุน
- ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานด้านกำไรและหลักธรรมาภิบาลของบริษัทเป็นหลัก มากกว่าการซื้อขายตามกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ผลตอบแทนของดัชนีกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์เพียงไม่กี่ตัว การเลือกลงทุนอย่างมีวิจารณญาณจึงมีความสำคัญเหนือกว่าการไล่ซื้อตามดัชนีโดยรวม
ความร่วมมือระหว่าง AIRA และ Tokyo Stock Exchange ในการจัดงานครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการลงทุนในตลาดทุนญี่ปุ่น พร้อมทั้งขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลของบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นได้มากยิ่งขึ้น โดยยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนไทยสู่ตลาดทุนระดับโลก และสนับสนุนการสร้างพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายในระยะยาว
ในตอนท้าย Mr. Masanori Yoshida จาก Japan Exchange Group ได้กล่าวถึงความร่วมมือดังกล่าวว่า ทางองค์กรรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ AIRA ในการส่งมอบข้อมูลเชิงลึกและมุมมองด้านตลาดทุนญี่ปุ่นที่ทันต่อสถานการณ์ให้แก่นักลงทุนไทย ซึ่งตลาดทุนญี่ปุ่นยังคงมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการปฏิรูปด้านธรรมาภิบาล การยกระดับประสิทธิภาพการใช้เงินทุน และนวัตกรรมในหลากหลายอุตสาหกรรม ทางองค์กรหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมสัมมนาในครั้งนี้ จะช่วยให้นักลงทุนไทยมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งถึงโอกาสการลงทุนระยะยาวในประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการลงทุนระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

