“ไอร่า” ชู GULF-BH หุ้นหลบภัย จับตา “สหรัฐ” ซื้อคืนพันธบัตรหนุนสินทรัพย์เสี่ยง

บล.ไอร่า (AIRA) ชี้ตลาดหุ้นโลกอยู่ในภาวะ Wait and See รอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ย ขณะที่มาตรการซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐฯ หนุนหุ้นกลุ่มเทคฯ ฟื้นตัวแรง พร้อมมองอุตสาหกรรมชิปเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น ส่วนหุ้นไทยยังขาดปัจจัยใหม่ขับเคลื่อน คาดดัชนีแกว่งตัวออกด้านข้าง แนะนำกลยุทธ์เลือกลงทุนรายตัว


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนยังคงอยู่ในช่วงรอดูสถานการณ์ (Wait and See) เพื่อรอติดตามการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคมของสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ประเมินท่าทีและกรอบนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) วันที่ 16-17 กันยายน 2569 โดยเฉพาะการประเมินว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลงตามมุมมองของคณะผู้ว่าการ FED หรือไม่

ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) ทั้งรุ่นอายุ 10 ปี และ 30 ปี อย่างใกล้ชิด ภายหลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เริ่มดำเนินโครงการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (Treasury Buyback) ด้วยการเพิ่มวงเงินขึ้นเป็นสองเท่าเป็นวันแรก (9 กันยายน ถึง 4 พฤศจิกายน 2569) มาตรการดังกล่าวจะช่วยดูดซับอุปทานพันธบัตรที่ล้นตลาดและกดดันให้อัตราผลตอบแทนย่อตัวลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนทางการเงินสูง

สำหรับตลาดหุ้นไทย ประเมินว่าดัชนี (SET Index) ยังคงขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญการฟื้นตัวแบบไม่เท่าเทียม (K-Shaped Recovery) และความเปราะบางของตลาดแรงงานตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศ ทั้งการพิจารณาวาระเศรษฐกิจในสภาฯ และประเด็นคดีต่างๆ ประเมินว่าเป็นเพียงปัจจัยรบกวนระยะสั้นที่รัฐบาลยังสามารถควบคุมเสถียรภาพได้ จึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) ในลักษณะการหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation)

โดยในเชิงกลยุทธ์ให้มุมมองเชิงบวกต่อหุ้น ไมครอน เทคโนโลยี อิงค์ (Micron Technology, Inc.) หรือ MU.US หลังสามารถขยับส่วนแบ่งการตลาดขึ้นมาได้อย่างมีนัยสำคัญ และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้สูง สำหรับหุ้นทางเทคนิคที่แนะนำ ได้แก่ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แนะนำถือหรือซื้อสะสมเล่นรอบ รวมถึง บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BKGI แนะนำถือหรือเก็งกำไร รวมถึงการเก็งกำไรในใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์และตราสารที่เกี่ยวข้อง เช่น INTEL01 และ ETN23

Back to top button