CPF จับมือ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ต่อยอดความสำเร็จโครงการเลี้ยงไก่ไข่

CPF จับมือ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทฯ ต่อยอดความสำเร็จโครงการเลี้ยงไก่ไข่ส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้เยาวชนไทยต่อเนื่องปีที่ 27


นายสุปรี เบ้าสิงห์สวย กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทฯ สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทฯ ได้ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ดำเนิน โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน มาอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ปี โดยปี 2559 นี้ได้ส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ครบ 50 โรงเรียน ในเดือนพฤษภาคมนี้ รวมเป็น 602 โรงเรียนทั่วประเทศ ส่งเสริมเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลกว่า 147,000 คน มีสุขภาพอนามัยที่ดี เติบโตสมวัย และมีครูกว่า 8,000 คน ตลอดจนชุมชน 900 แห่ง ทั่วไทยได้รับประโยชน์ ถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จที่ ซีพีเอฟมุ่งมั่นสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เยาวชนไทยให้มีโภชนาการที่สูงขึ้น

“วันนี้โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ได้ขยายขอบเขตการส่งเสริมโภชนาการให้ครอบคลุมไปยังโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่ดูแลทั้งนักเรียนไป-กลับ และนักเรียนประจำที่กินอยู่กับโรงเรียน สำหรับนักเรียนประจำทางโรงเรียนต้องดูแลอาหารทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น รวมเป็น 3 มื้อ ทางโครงการฯ จึงมองว่าการเข้าไปมอบแม่ไก่ให้เพิ่มขึ้น จะทำให้นักเรียนได้บริโภคไข่ไก่ได้เพียงพอกับความต้องการของแต่ละโรงเรียน นับเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดภาระของทางโรงเรียน ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้บริโภคอาหารที่มีคุณประโยชน์ทั้ง 3 มื้อ ซึ่งที่โครงการฯ เข้าไปสนับสนุนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน โดยโรงเรียนขนาดเล็กจะเพิ่มจำนวนแม่ไก่จาก 100 ตัว เป็น 200 ตัว, โรงเรียนขนาดกลาง จะเพิ่มแม่ไก่จาก 200 ตัว เป็น 300 ตัว และโรงเรียนขนาดใหญ่เพิ่มจำนวนแม่ไก่เป็น 500 ตัว” นายสุปรี กล่าวเสริม

 สำหรับโรงเรียนที่สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ที่เปิดสอนนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ต้องดูแลนักเรียนประจำ ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ ดังนั้นทางโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ จึงพิจารณาเพิ่มจำนวนแม่ไก่เป็น 500 ตัว เพื่อให้สามารถผลิตไข่ไก่ให้นักเรียนได้บริโภคกันอย่างเพียงพอ

นอกจากนี้โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ยังได้เข้าไปส่งเสริมโภชนาการให้นักเรียนในถิ่นทุรกันดารโดยเข้าไปสนับสนุนศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภุด่านกอย อ. ปทุมราชวงศา จ. อำนาจเจริญ และศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปากห้วยม่วง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งมีนักเรียนเพียงแห่งละ 20-30 คน โดยศูนย์เหล่านี้จะพัฒนาให้เป็นโรงเรียนในอนาคต รวมถึงเข้าไปส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ชายแดน อาทิ ศูนย์การเรียนรู้อาโอนยู อ.แม่สอด จ.ตาก โดยโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ อาทิ มูลนิธิช่วยไร้พรมแดน (Help Without Frontiers Thailand Foundation) เข้าไปดูแลเด็กและเยาวชนที่อาศัยบริเวณชายแดนไทยและพม่า ให้เข้าถึงและบริโภคไข่ไก่ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ทั้งยังเป็นการสร้างแหล่งอาหารในชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย

“จากการสำรวจพบว่า นักเรียนระดับประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีภาวะทุพโภชนาการ 16.5% ทางโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ จึงตั้งเป้าลดภาวะทุพโภชนาการในเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ลง 5-6% ให้มาอยู่ที่ 10%” นายสุปรี กล่าวทิ้งท้าย

นายอุทัย มูลเมืองคำ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านสันกอง อ. แม่จัน จ.เชียงราย กล่าวว่า ที่โรงเรียนมีนักเรียน 435 คน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล- ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีนักเรียนประจำกินนอนจำนวน 10 คน ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษา พ่อแม่ของนักเรียนส่วนมากเป็นชนเผ่าอาข่าที่มีรายได้น้อย จึงรับประทานข้าวกับพริกป่น และผัก เป็นประจำ ทำให้เด็กที่มาเข้าเรียนใหม่ส่วนใหญ่ประสบภาวะทุพโภชนาการผอม อย่างไรก็ตามปัจจุบัน โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ได้เข้ามาสนับสนุนไก่เพิ่มจาก 200 ตัว เป็น 300 ตัว ทำให้สามารถผลิตไข่ได้เฉลี่ย 245 ฟองต่อวัน  โดยโรงเรียนจะนำไข่ที่ได้เข้าโครงการอาหารกลางวัน นอกจากนี้ที่โรงเรียนยังมีการเลี้ยงปลาดุกในกระชัง ทำให้นักเรียนได้รับประทานโปรตีนครบทุกวันทั้งไข่ไก่และปลาดุกสลับหมุนเวียนกันไป ทำให้เด็กมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้น

Back to top button