
BEM ลุ้นกำไรไตรมาส 2 แตะ 1 พันล้าน โต 15% โบรกแนะซื้อเป้า 9 บาท
บล.ดาโอ คาด BEM ไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 1,007 ล้านบาท โต 15% จากไตรมาสก่อน รับเงินปันผล TTW–CKP และดอกเบี้ยลดลง คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 9 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (31 ก.ค. 69) ว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ระดับ 1,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน สูงกว่ากรอบประเมินเบื้องต้นที่ 950–1,000 ล้านบาทเล็กน้อย
ทั้งนี้ คาดว่ารายได้รวมจะลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาลเดินทางที่อยู่ในช่วงชะลอตัว ประกอบกับรายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์อ่อนตัว หลังลูกค้าสื่อโฆษณาชะลอการใช้เม็ดเงิน
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะลดลง 0.50 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และลดลง 2.70 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน จากค่าตัดจำหน่ายสิทธิที่เพิ่มขึ้น รวมถึงทิศทางจำนวนผู้ใช้บริการที่ชะลอตัวตามฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการจะได้รับแรงหนุนจากรายได้เงินปันผลของบริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW และบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รวมประมาณ 341 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยคาดว่าจะลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5% จากไตรมาสก่อน หลังต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยของหุ้นกู้และเงินกู้ใหม่ปรับตัวลดลง
บล.ดาโอ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ของ BEM ที่ระดับ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/69 เบื้องต้นคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงและการบริหารต้นทุนภายในอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กำไรมีแนวโน้มขยายตัวจากไตรมาส 2/69 ตามจำนวนผู้ใช้บริการที่ฟื้นตัวขึ้นตามฤดูกาล
ทั้งนี้ บล.ดาโอ คงคำแนะนำ “ซื้อ” BEM ที่ราคาเป้าหมาย 9 บาท อิงวิธีประเมินมูลค่าแบบผลรวมรายธุรกิจ หรือ SOTP โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากความคืบหน้าโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการทางด่วนสองชั้น หรือ Double Deck ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งหลังของปี 69
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากนโยบายตั๋วร่วมที่คาดว่าจะเริ่มต้นในปี 70 โดยภาครัฐจะใช้รูปแบบชดเชยส่วนต่างค่าโดยสาร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าทั้งระบบให้เพิ่มขึ้น
