
แรงซื้อ “บิ๊กแคป” ดัน SET ปิดเช้าพุ่ง 8 จุด แนะจับตา “ธปท.” ทบทวน GDP ปีนี้
SET ปิดเช้าบวก 8 จุด รับแรงซื้อกลุ่มพลังงานและโรงไฟฟ้าที่ได้อานิสงส์สงครามตะวันออกกลาง รวมถึงกลุ่ม “แบงก์” เก็ง กนง. คงดอกเบี้ย คาดบ่ายยืนแดนบวก แนะจับตา ธปท. ทบทวนจีดีพี ให้แนวต้าน 1,490 จุด แนวรับ 1,479 จุด
10 หุ้นดันดัชนีเช้านี้
ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,487.92 จุด เพิ่มขึ้น 7.72 จุด (+0.52%) มูลค่าซื้อขายราว 30,228 ล้านบาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ UOBKH เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่แกว่งตัวในแดนบวกสลับลบ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์สงครามที่ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพื่อเก็งกำไรจากการคาดการณ์ที่ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
สำหรับแนวโน้มในระยะสั้น พบว่ามีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่กลุ่มหุ้นที่มีโอกาสได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากอานิสงส์ของสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มปลอดภัย (Safe Haven) อย่างกลุ่มโรงไฟฟ้าและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่ช่วยผลักดันให้ราคาหุ้นค่อยๆ ขยับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดยังคงเต็มไปด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ (Domestic Play) เนื่องจากมีสัญญาณว่าอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม และมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการลง
ขณะเดียวกัน กลุ่มการท่องเที่ยวมีมุมมองเป็นลบในระยะสั้น เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง ต้นทุนการท่องเที่ยวที่ปรับตัวสูงขึ้น และการที่สายการบินต่างๆ ปรับลดเที่ยวบินลง
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่าย ทาง UOBKH คาดการณ์ว่าดัชนีจะยังคงสามารถเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกได้ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนติดตามมุมมองทางเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจมีการพิจารณาปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ลง โดยหากตัวเลขปรับลดลงมาอยู่ในระดับ 1.4-1.5% จะถือว่ายังคงอยู่ในกรอบที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ ได้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีโดยมีแนวรับที่ 1,479 จุด และแนวต้านที่ 1,490 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,997.94 ล้านบาท ปิดที่ 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,513.82 ล้านบาท ปิดที่ 50.75 บาท ลดลง 1.75 บาท
TOP มูลค่าการซื้อขาย 1,235.40 ล้านบาท ปิดที่ 49.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,204.34 ล้านบาท ปิดที่ 310.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,070.82 ล้านบาท ปิดที่ 151.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

